Blog
Biogang Database

Blog : 970917A

เป๋า เบา เบา (sedge bag)

ชื่อเรื่อง sedge bag

ชื่อ-สกุล สมาชิกผู้จัดทำ นางสาวพัชรภรณ์ นามชัย, นางสาวอารียา บุตรชารี

ชื่อ-สกุล ครูที่ปรึกษา คุณครูศุภร ไชยขันธ์

ชื่อ-สกุล ผู้ทรงคุณวุฒิในท้องถิ่น นางชม ป้องปก

 

ที่มาและความสำคัญของการศึกษา

ในปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทต่อการดำรงชีวิตของคนไทยเป็นอย่างมาก และเศรษฐกิจของไทยก็เป็นไปตามกระแสทุนนิยม ส่งผลทำให้วิถีชาวบ้านเปลี่ยนแปลงไป พร้อมกับส่งผลทำให้เยาวชนไทยไม่ตระหนักถึงความสำคัญของภูมิปัญญาไทย ขาดจิตสำนึกความเป็นไทย

การทอเสื่อจากกก ภูมิปัญญาไทยภาคอีสาน จึงเป็นแนวทางเลือกให้กับคนในชุมชนทางด้านการนำภูมิปัญญาไทยไปใช้ และการประยุกต์เสื่อที่ทอให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน  เช่น การนำเสื่อจากกกมาประยุกต์เป็นกระเป๋า รองเท้า แฟ้มสะสมผลงาน ม่านกันแดด เป็นต้น  และครั้งนี้ทางเราก็ได้เล็งเห็นปัญหาสำคัญคือ เยาวชนรุ่นใหม่ไม่ใส่ใจและเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาในท้องถิ่นของตน  ทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นมีเยอะเกินจำนวนและเมื่อไม่มีการนำทรัพยากรเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ก็จะทำให้ทรัพยากรเหล่านี้ล้มตายลงหรือมีเยอะ รกที่รกทาง เป็นปัญหาให้แก่คนในชุมชน ทางเราจึงได้จัดทำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆจากการประยุกต์ของที่มีอยู่ในชุมชน คือการนำเสื่อที่ทอจากกก มาประยุกต์เป็นกระเป๋า เพื่อเพิ่มคุณภาพ มูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ และจะเกิดผลโดยดีโดยตรง โดยการทำให้เราตระหนักที่เรามีอยู่ รู้คุณค่าของทรัพยากรในท้องถิ่น

เรื่องการทอเสื่อจากกกเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นภาคอีสาน  ซึ่งเป็นความรู้ความสามารถของชาวบ้าน ที่มีการปรับตัวและนำวัสดุใกล้ตัวมาประดิษฐ์ออกมาเป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อใช้สอย  และเพื่อเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรในท้องถิ่น รวมถึงการสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน ผู้คิดต้นแบบ เป็นแนวคิด แนวทางให้แก่ผู้ต้องการที่จะศึกษาอีกด้วย

 

วัตถุประสงค์ของการศึกษา

1.เพื่อได้ทราบเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ตนอาศัยอยู่

2.เพื่อได้ทราบถึงวิธีการนำเสื่อทอจากกก มาประยุกต์เป็นกระเป๋า

3.เพื่อได้นำความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ให้กับผู้อื่น

 

ภูมิปัญญาท้องถิ่นและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

1.ภูมิปัญญาท้องถิ่น คือ การทอเสื่อกก โดยผู้ทรงคุณวุฒิในท้องถิ่น คือ


                           


นางชม  ป้องปก  อายุ 68ปี 

อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 21หมู่ 9 ตำบลศรีสุทโธ อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี 

ดยคุณยายได้ทำอาชีพทอเสื่อมานานแล้ว โดยมีการทอเสื่อที่หลากหลายรูปแบบ มีทั้งการทอเสื่อแบบลายขิดบ้าง หรือคุณยายทอเสื่อแล้วมาทำเป็นม่านก็ได้ ทางเราจึงมีแนวคิดนำเสื่อมาแปรรูปเป็นกระเป๋านั่นเอง 

2.ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง คือ

ต้นกก

ประวัติของต้นกก

ชื่อทางการค้า : กกราชินีกกรังกากกลังกา

ชื่อวิทยาศาสตร์: Cyperus involucratus Roxb.

ชื่อพ้อง: Cyperus alternifolius L.

ชื่อวงศ์: CYPERACEAE

ชื่อสามัญ: Umbrella Plant

ชื่อท้องถิ่น: กกรังกาหญ้ากกกกกลม

ถิ่นกำเนิด: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ลักษณะพืช: ไม้ล้มลุก

ลักษณะทั่วไป: เป็นวัชพืชน้ำที่เจริญได้ดีในช่วงฤดูฝนมีลักษณะแตกกอ ลำต้นเหนียว เมื่อออกดอกปลายฤดูฝน เมล็ดก็จะร่วงลงดิน และจะเจริญในฤดูฝนปีต่อมา

การขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด แยกกอ

ประโยชน์ของต้นกก

1.ทำเป็นเสื่อสำหรับนอน สำหรับปูพื้นในห้องรับแขกแทนพรม  และปูลาดตามพื้นโบส์ถวิหาร เพื่อความสวยงาม

2.ทำเป็นกระเป๋า แทนกระเป๋าหนัง ทำเป็นรูปต่างๆ ได้หลายแบบ แล้วแต่ผู้ประดิษฐ์คิดค้นแบบต่างๆ กัน ทำเป็นกระเป๋าสตางค์ ทำเป็นกระเป๋าหิ้วสตรี กระเป๋าใส่เอกสาร แต่ปัจจุบันมีผู้ทำกันน้อย เพราะกระเป๋าหนัง กระเป๋าพลาสติก ราคาถูกลงมากการทำไม่ค่อยคุ้มค่าแรงงาน

3.ทำเป็นหมอน เช่น หมอนรองที่นั่ง หมอนพิงพนักเก้าอี้ เรียกว่า หมอนเสื่อ

4.ทำเป็นกระสอบ เรียกว่า กระสอบกก

5.ทำเป็นเชือกสำหรับมัดของที่ห่อแล้ว ตามร้านค้าทั่วไปนิยมใช้เชือกกก เพราะราคาถูกมาก

6.ทำเป็นหมวก ใช้กันแดด กันความร้อนจากแสงแดด กันฝนหรือเพื่อความสวยงาม

7.ทำเป็นกระจาดใส่ผลไม้ หรืออาหารแห้ง

8.การใช้งานด้านภูมิทัศน์ ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับริมสระน้ำ ในสวน หรือปลูกในภาชนะร่วมกับไม้น้ำอื่น

  9.เป็นแหล่งหลบซ่อนตัวของสัตว์น้ำวัยอ่อน และต้นกกมีคุณสมบัติในการบำบัดน้ำเสีย ปรับสมดุลนิเวศน์วิทยา

  10.ใช้เป็นยารักษาโรค เช่น 

-ใบ ตำพอกฆ่าพยาธิบาดแผล 

-ต้น รสเย็นจืด ต้มเอาน้ำดื่ม รักษาโรคท่อน้ำดีอักเสบ ขับน้ำดี   

-ดอก รสฝาดเย็นต้มเอาน้ำอม  แก้แผลเปื่อยพุพองในปาก   

-เหง้า รสขม ต้มเอาน้ำดื่มหรือบดเป็นผง ละลายน้ำร้อนดื่ม บำรุงธาตุ เจริญอาหาร แก้เสมหะ ขับน้ำลาย 

-ราก รสขมเอียน ต้มเอาน้ำดื่ม หรือตำกับเหล้า คั้นเอาน้ำดื่ม  แก้ช้ำใน ขับโลหิตเน่าเสีย

นอกจากเสื่อกกที่ผู้จัดทำนำมาประยุกต์เป็นกระเป๋าแล้ว ยังจะสามารถนำมาประยุกต์ได้อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น กระติบข้าว รองเท้า ผ้าม่าน โดยวิธีการทำก็จะคล้ายๆกับการทำกระเป๋า โดยจะต้องทอเป็นเสื่อออกมาก่อน แล้วจึงนำไปแปรูปเป็นสิ่งของต่างๆที่เราต้องการ ตามกระบวนการนั้นๆ เช่น การนำเสื่อกกมาทำเป็นม่านกก โดยมีวิธีและหลักการเช่นเดียวกับการทำกระเป๋าจากเสื่อกก คือ ต้องทอเสื่อกกออกมาก่อน แล้วจึงนำมาตัดเย็บมุมให้เป็นม่านตามที่ต้องการเหมือนกับการทำกระเป๋านั่นเอง

วิธีดำเนินการ

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้

-อุปกรณ์ในการทอเสื่อ

1.กก คือ วัสดุที่นำมาทอเป็นผืนเสื่อ ชาวบ้านนิยมใช้กกกลม กกที่มีลำต้นกลม ๆ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cypress Tegetifenis Roxb หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ไหล

2.ฟืม คือ เครื่องสำหรับทอเสื่อ มีลักษณะเป็นท่อนไม้มีรูห่างกันประมาณ 1 นิ้ว สำหรับสอดเชือกไนลอน จะกระทบเชือกไนลอนและกกให้ประสานกัน

3.โฮง คือ โครงไม้เครื่องทอ ทำด้วยไม้แก่นเนื้อแข็ง เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 2 เมตร ยาวประมาณ 2.5 เมตร ใช้สำหรับขึงเชือกไนลอนในการทอเสื่อ

4.เอ็นปอ คือ เชือกที่ใช้ขึงฟืมกับโฮง ใช้สอดตามรูฟืม

5.ไม้สอด คือ ไม้ที่ทำจากไม้ไผ่ มีลักษณะแบน ๆ ใช้สอดไปตามช่องว่างระหว่างเชือกไนลอน โดยแนบส่วนหัวของเส้นกกกับไม้สอด

6.เทียนไข คือ เทียนไขที่เป็นแท่งนำมาถูกับเชือกไนลอนทีขึงระหว่างการทอ เพื่อช่วยให้การกระทบฟืมมีความลื่นยิ่งขึ้น

7.ม้ารองนั่ง คือ เป็นท่อนไม้ไผ่ขนาดใหญ่ที่วางขวางกับโฮง เพื่อเป็นที่รองนั่งสำหรับคนทอที่ทำการกระทบฟืม

ขั้นตอนการปฏิบัติ

- หาวัตถุดิบ คัดขนาดและตัดส่วนปลายด้านบนและด้านล่างลำต้นให้สวยงาม

- การนำเอาไส้ในของไหลออกเรียกว่า การจักไหล การนำเอาไหลที่จักได้มาตากแดดจนแห้งเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนๆ จนไหลแห้งสนิท

- นำไปย้อมสี เราสามารถนำไหลที่ย้อมมาทำลวดลายแบบ เก็บขิด

- ก่อนทำการย้อมควรแช่น้ำให้ไหลอ่อนตัวก่อนประมาณ1 คืนจากนั้นนำสีผสมกับน้ำตั้งไฟให้เดือด นำไหลมาย้อมโดยเลือกสีตามใจชอบ

- นำไหลมาล้างโดยให้สีส่วนเกินล้างไปกับน้ำและนำมาผึ่งให้แห้งจากนั้นนำไปทอเป็นลวดลาย หรือนำไปทอเก็บขิด การสร้างลวดลายโดยการทอเก็บขิด ขั้นตอนในการกางโฮงแบบปกติที่ชาวบ้านเราทำกันโดยใช้เชือกร้อยตามรูของฟืมนำไม้ที่สอดไหลมาสอดโดยยกขึ้นยกลงให้ได้ลวดลายที่ต้องการก่อนจากนั้นนำไหลร้อยลงรูของไม้แล้วดึงกลับเส้นไหลก็จะอยู่ในตำแหน่งที่เราต้องการ ทำการทอโดยการสอดทีละเส้นจนได้ 1 ผืน

วิธีในการทอเสื่อ

-การจักกก

การผ่าแบ่งต้นกกให้เป็นเส้น เรียกว่า การจัก เครื่องมือที่ใช้ในการจัก คือ มีดเล็กๆ บางๆ ปลายแหลม มีความคมพอประมาณแต่ไม่ต้องคมมากเพราะความคมของใบมีด

ขณะที่กรีดอาจตัดเส้นกกขาดได้ ทำให้เส้นกกไม่สวย ขนาดของเส้นกกที่นิยมใช้กัน คือ 1 ลำต้น ต่อ 3 - 4 เส้น แต่ถ้าต้นกกมีขนาดเล็กจะใช้ขนาด 2 - 3 เส้น จะจักเอาเฉพาะเปลือกข้างนอกให้มีเนื้อข้างในติดเล็กน้อย แต่พยายามอย่าให้ถูกน้ำค้างหรือน้ำฝน เมื่อตากแดดแล้วกกจะเปลี่ยนเป็นสีขาวนวล ก็พร้อมที่จะนำไปย้อมสีให้สวยงามตามต้องการ

-การขึงเอ็นทอเสื่อ

การขึงเอ็นมี 2 แบบ ได้แก่

แบบแรก คือ แบบชั้นเดียว ขึงง่ายไม่ต้องเว้นฟัน เอาเอ็นปอร้อยใส่รูข้างหนึ่งไปออกอีกข้างหนึ่ง สลับกันไปตลอดทั้งฟืมจนเต็มฟันฟืม

แบบที่สอง คือ การขึงเอ็นสองชั้น จะต้องรู้จักวิธีขึงว่าจะทอลายอะไร ซึ่งแต่ละลายทอไม่เหมือนกัน และต้องดูว่ากกที่ทอเป็นกกชนิดใด หยาบหรือละเอียดแค่ไหน หรือเหมาะแก่ลายใด

ในการทอเสื่อจะใช้คน 2 คน คนแรกเป็นคนทอ อีกคนหนึ่งเป็นคนคอยสอดเส้นกก กกที่นำมาทอจะใส่ถุงพลาสติกเพื่อให้กกนิ่มและทอได้แน่น การทอคนทอจะต้องคว่ำฟืมเพื่อให้มีช่องว่างสำหรับสอดกกคนสอดจะสอดเส้นกกโดยแนบส่วนหัวของเส้นกกกับไม้สอด สอดไปตามช่องระหว่างเชือกที่แยกออกจากกันขณะที่คว่ำฟืม พอสอดไปสุดริมเชือกอีกข้างดึงไม้สอดกลับคืนคงเหลือแต่เส้นกก คนทอก็กระทบฟืมเข้าหาตัวแล้วคนทอก็หงายฟืม คนสอดก็ใช้ส่วนปลายของเส้นกกแนบกับไม้สอด สอดกกเข้าไปอีก แต่ระหว่างสอดไปนั้น จะทำการเก็บขิดไปด้วย เพื่อให้ได้รวดลายที่เราต้องการ  คนทอก็กระตุกฟืมเข้าหาตัว แล้วไพริมเสื่อทางด้านซ้ายมือ การไพริมเสื่อ คือ การใช้ปลายกกม้วนงอลงแล้วสอดพับเชือกขัดไว้ให้แน่น ต่อไปคว่ำฟืม ไพริมเสื่อทางด้านขวามือ ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ขนาดตามที่ต้องการ

ในขณะทอหากต้องการให้การทอง่ายยิ่งขึ้นให้ใช้เทียนไขถูกับเส้นเอ็นที่ขึงไว้ให้ทั่ว เพื่อที่จะให้เอ็นลื่นไม่ฝืด ตัดริมเสื่อทั้งสองด้านให้เรียบร้อย เสื่อจะมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น ใช้มีดตัดเชือกเอ็นทางตีนเสื่อเพื่อให้เสื่อออกจากโฮง มัดเอ็นที่ปลายเสื่อ เพื่อเป็นการป้องกันเสื่อรุ่ย นำเสื่อที่ทอเสร็จแล้วผึ่งแดดไว้จนแห้งสนิท จึงพับเก็บไว้จำหน่ายหรือแปรรูปต่อไป

อุปกรณ์ที่ใช้ในการแปรรูปเสื่อกก

1.ผ้าสีต่างๆเพื่อเย็บขอบเก็บรายละเอียด

2.กรรไกร เข็ม ด้าย สายวัดกาว

3.จักรเย็บผ้า

การแปรรูปเป็นกระเป๋า

นำเสื่อที่ทอได้มาตัดขอบและนำผ้าที่ตัดแล้วมาเย็บขอบแต่ละพับของกระเป๋า แล้วนำมาประกอบกัน โดยใช้จักรเย็บผ้าเย็บให้เป็นรูปทรงกระเป๋าตามที่เราต้องการ

 

ผลการศึกษา

จากการที่ทำให้ผู้จัดทำได้จัดทำกระเป๋าจากเสื่อกก พบว่าการทอเสื่อกกในท้องถิ่นมีมานานแล้ว และได้นำเสื่อกกมาประยุกต์เป็นสิ่งต่างๆที่หลากหลาย และวิธีการทำก็ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนอะไรมากนักและในการประดิษฐ์ครั้งนี้ทำให้ผู้จัดทำมีความรักความเข้าใจเกี่ยวกับการประดิษฐ์กระเป๋าจึงทำให้ปฏิบัติการประดิษฐ์ ประดิษฐ์ได้และทำให้มีความภูมิใจกับภูมิปัญญาท้องถิ่นและสามารถทำให้มีนิสัยรักและร่วมพัฒนา ฝีมือกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม


สรุป อธิปรายผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ

จากการที่เราได้นำเสื่อมาแปรรูปเป็นกระเป๋าเพื่อประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้เรา ได้ทราบเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ตนอาศัยอยู่ โดยทำให้เราได้รู้ว่าในท้องถิ่นที่เราอาศัยอยู่นั้น มีการนำทรัพยากรมาใช้ประโยชน์ในด้านใดบ้าง มีการมาประยุกต์ทำอะไรได้บ้าง การที่เราจะนำกก มาแปรรูป เราสามารถทำอะไรได้บ้าง  ได้ทราบถึงวิธีการนำเสื่อทอจากกก มาประยุกต์เป็นกระเป๋า ซึ่งเราได้เรียนรู้ถึงวิธีการแปรรูปเสื่อที่ทอจากกก มาเป็นกระเป๋า และสามารถนำใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และได้นำความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ให้กับผู้อื่น โดยทางเราได้นำข้อมูลและวิธีการแปรรูปผลิตภัณฑ์นี้ไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ http://www.biogang.net  ซึ่งทางเราคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจที่จะศึกษาเรื่องนี้ต่อไป ในการปรับปรุงแก้ไขการทำกระเป๋าจากเสื่อกกครั้งนี้ ทางเราเล็งเห็นว่า ควรจะให้กระเป๋ามีลวดลายที่หลากหลาย รวมถึงมีความคงทน ต่อการใช้งานสามารถรับน้ำหนักสิ่งของที่เราจะใส่ได้มากกว่าเดิม 

นอกจากเสื่อกกที่ผู้จัดทำนำมาประยุกต์เป็นกระเป๋าแล้ว ยังจะสามารถนำมาประยุกต์ได้อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น กระติบข้าว  รองเท้า  ผ้าม่าน โดยวิธีการทำก็จะคล้ายๆกับการทำกระเป๋า โดยจะต้องทอเป็นเสื่อออกมาก่อน แล้วจึงนำไปแปรูปเป็นสิ่งของต่างๆที่เราต้องการ ตามกระบวนการนั้นๆ

เอกสารอ้างอิง

“ประวัติและความเป็นมาของต้นกก.”(ออนไลน์) เข้าถึงได้ จาก http://panumassasen.wordpress.com, 2557.

แหนมเนือง.“การทอเสื่อ.”(ออนไลน์) เข้าถึงได้ จาก http://weavinto.blogspot.com,2557.

กระติบข้าวจากต้นกก.”  (ออนไลน์)  เข้าถึงได้จาก http://www.m- culture.in.th/moc_new/album, 2557.




































ประเภท: ภูมิปัญญาท้องถิ่น
Posted: 7 ส.ค. 57  19:03 น. by 970917A
แหล่งที่มาข้อมูล:
จำนวนคนถูกใจ
แสดงความคิดเห็น (ต้องการแสดงความคิดเห็น กรุณา log-in)