Blog
Biogang Database

Blog : eye_hehe

บรรจุภัณฑ์รักโลก

ชื่อเรื่อง

บรรจุภัณฑ์รักโลก

ชื่อ-สกุล สมาชิกผู้จัดทำ

1.นางสาวปฐมพร เทพบุรี

2.นางสาวอรปรียา บุตรสาระ

3.นางสาวอรทัย สมพิศ

ชื่อ-สกุลครูที่ปรึกษา ครูศุภร ไชยขันธ์

ชื่อ-สกุลผู้ทรงคุณวุฒิในท้องถิ่น นางสุกัญญา ศรีใส

ที่มาและความสำคัญของการศึกษา

    เนื่องจากภายในหมู่บ้านมีการปลูกตะไคร้เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อนำไปขายจำต้องตัดใบทิ้ง  ทางกลุ่มจึงคิดว่าควรนำใบตะไคร้มาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด จึงทำการนำใบตะไคร้มาทำกระดาษเพื่อทำกล่องบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เช่น กล่องบรรจุภัณฑ์ตุ๊กตา หรือของประเภทสร้อยต่างๆ กล่องบรรจุภัณฑ์นี้ทำมาจากพืชจึงสามารถย่อยสลายได้ง่าย ช่วยลดอัตราการผลิตกระดาษจากต้นไม้  ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาโลกร้อน และกล่องบรรจุภัณฑ์จากการดาษยังช่วยสร้างรายได้ในชุมชนอีกด้วยเนื่องจากทำได้ง่าย สามารถหาวัสดุได้ภายในชุมชน อักทั้งยังช่วยลดต้นทุนในการผลิต มีความสวยงามและสร้างเอกลักษณ์ให้แก่ผลิตภัณฑ์นั้นๆ เช่น หากต้องการทำบรรจุภัณฑ์สำหรับยาจุดกันยุงกลิ่นตะไคร้ ก็ทำกระดาษจากตะไคร้  หรือ ขนมต่างๆที่มีกลิ่นใบเตย เช่น ขนมครกใบเตย ก็ทำกระดาษจากใบเตย เป็นต้น

       ดังนั้นทางกลุ่มจึงได้สร้างกล่องบรรจุภัณฑ์รักโลกขึ้นจากใบตะไคร้เพื่อช่วย บรรเทาภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการทำกระดาษจากต้นไม้และลดการเผาไหม้ที่ทำลายชั้นบรรยากาศ

             

วัตถุประสงค์ของการศึกษา

1.            เพื่อศึกษาการทำเยื่อกระดาษจากใบตะไคร้

2.            เพื่อสร้างกล่องบรรจุภัณฑ์จากใบตะไคร้

      3.   เพื่อลดอัตราการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยยาก และเป็นพิษแก่สิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน

      4.   เพื่อนำใบตะไคร้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ภูมิปัญญาท้องถิ่นและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง  

1.           การทำเยื่อกระดาษ มีหลายวิธี แต่วิธีที่ง่ายและนิยมใช้กันแพร่หลาย ซึ่งสามารถทำได้เอง คือ

เยื่อเชิงกลหรือเยื่อบด (Mechanical Pulp) เป็นเยื่อที่ผลิตโดยใช้พลังงานกล โดยนำชิ้นไม้ไปบดด้วยหินบดหรือจานบด เยื่อที่ได้จะมีลักษณะไม่สมบูรณ์ สั้นและขาดเป็นท่อน ทำให้กระดาษที่ได้มาไม่แข็งแรง อีกทั้งยังมีสารลิกนินคงเหลืออยู่ซึ่งเป็นสารที่ทำให้กระดาษเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเมื่อได้รับแสง กระดาษที่ได้จากกรรมวิธีนี้มีความทึบสูงดูดความชื้นได้ดี มีราคาถูก แต่ไม่แข็งแรงและดูเก่าเร็ว มักจะนำไปใช้ทำสิ่งพิมพ์ประเภทหนังสือพิมพ์ เพื่อพัฒนาเยื่อบดให้ดีขึ้น ได้มีการนำชิ้นไม้ไปอบด้วยความร้อนก่อนนำไปบด เพื่อให้เยื่อไม้กับลิกนินแยกออกจากกันได้ง่าย คุณภาพกระดาษที่ได้ก็จะดีขึ้น

 

     นอกจากนี้ยังมีการทำเยื่อจากกระดาษใช้แล้ว โดยนำมาปั่นเพื่อให้เยื่อกระจายออกจากกันและมีการผ่านขบวนการขจัดสิ่งที่ติดกระดาษมาด้วยเช่น หมึก กาว ฯลฯ เยื่อที่ได้นี้จะไม่สมบูรณ์ สั้น เส้นใยขาด จึงไม่มีความแข็งแรง การผลิตกระดาษจึงมักนำเยื่อบริสุทธิ์มาผสม เนื่องจากมีสารปนเปื้อนตกค้างไม่สมารถกำจัดได้หมด เยื่อจากกระดาษเก่ามักนำไปใช้ทำกระดาษหนา กระดาษกล่อง และมักจะมีสีคล้ำ
      เยื่อที่ผ่านขั้นตอนการผลิตข้างต้น  หากต้องการนำไปผลิตกระดาษที่มีเนื้อสีขาว ก็จะนำไปผ่านขบวนการฟอกเพื่อกำจัดลิกนินออก  เยื่อที่ได้ด้วยกรรมวิธีต่าง ๆ จะต้องผ่านการเตรียมน้ำเยื่อก่อนที่จะนำไปทำแผ่นกระดาษ

2.           การทำกระดาษสา

    มี 4 ขั้นตอนหลัก แจงย่อยรายละเอียดในแต่ละข้อก็คือ

       1.การเตรียมวัตถุดิบ

ในขั้นตอน การเตรียมวัตถุดิบ ต้องคัดเลือกปอสาที่อ่อนและแก่แยกจากกัน นำไปแช่น้ำประมาณ 3 ชั่วโมงและไม่ควรเกิน 24 ชั่วโมง การแช่น้ำจะทำให้เปลือกปอสาอ่อนตัว จากนั้นนำไปใส่ภาชนะต้ม ใส่โซดาไฟหรือน้ำด่างจากขี้เถ้า เพื่อช่วยให้โครงสร้างของเปลือกปอสาเปื่อยและแยกจากกันเร็วขึ้น ใช้โซดาไฟประมาณ 10-15% อย่าใช้มากไป เพราะอาจไปทำลายเยื่อมากเกินไป ต้มให้ได้นาน 2-3 ชั่วโมง จากนั้นเมื่อต้มเสร็จแล้ว นำปอสาล้างน้ำจนหมดด่าง

 

         2.การทำเป็นเยื่อ

ต่อมาขั้นที่ 2 การทำเป็นเยื่อ มี 2 วิธี ให้เลือก คือทุบด้วยมือ หรือใช้เครื่องตีเยื่อ ถ้าทุบด้วยมือ ใช้ปอสาหนักประมาณ 2 กิโลกรัม ต้องทุบนาน 5 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้เครื่องจะใช้เวลาประมาณ 35 นาที จากนั้นนำเยื่อไปฟอกไม่ให้ขาวนัก แต่ถ้าชอบขาวๆต้องใช้ผงฟอกสีเข้าช่วย

  

 

3.การทำเป็นกระดาษ

ขั้นตอนที่ 3 คือ การทำเป็นแผ่นกระดาษ นำเยื่อปอสาใส่ในอ่างหรือภาชนะที่เหมาะสม ใส่น้ำระดับพอเหมาะแล้วใช้ไม้พายคนเยื่อในอ่างให้ทั่ว เพื่อให้เยื่อลอยตัวและกระจายออกจากกันสม่ำเสมอ

            4.การลอกกระดาษและตกแต่งเพิ่มเติม

จากนั้นนำแม่พิมพ์สำหรับทำแผ่นกระดาษมาซ้อนเยื่อต่อไป ส่วนการทำแผ่นมีให้เลือก 2 วิธี คือแบบตักกับแบบแตะ

           แบบตัก ใช้แม่พิมพ์ลักษณะเป็นตะแกรงไนลอน ขนาด 50 คูณ 60 เซนติเมตร หรือทำขนาดตามขนาดกระดาษที่ต้องการ ช้อนตักเยื่อเข้าหาตัว ยกตะแกรงขึ้นตรงๆแล้วเทน้ำออกไปทางด้านหน้าโดยเร็ว จะช่วยให้กระดาษมีความสม่ำเสมอ

          สำหรับแบบแตะ มักใช้ตะแกรงที่ทำจากผ้าใยบัวหรือผ้ามุ้งที่มีเนื้อละเอียดและใช้วิธีชั่งน้ำหนักของเยื่อเป็นตัวกำหนดความหนาของแผ่นกระดาษ นำเยื่อใส่ในอ่างน้ำ ใช้มือเกลี่ยกระจายเยื่อบนแผ่นให้สม่ำเสมอ

ขั้นตอนสุดท้ายลอกแผ่นกระดาษ นำตะแกรงไปตากแดดประมาณ 1-3 ชั่วโมง กระดาษสาจะแห้งติดกันเป็นแผ่น จึงลอกกระดาษสาออกจากแม่พิมพ์ เปลือกปอสาหนัก 1 กิโลกรัม สามารถทำกระดาษสาได้ประมาณ 10 แผ่น

1.           ตะไคร้ มีชื่อวิทยาศาสตร์ Cymbopogon citratus (DC.) Stapf  จัดอยู่ในวงศ์หญ้า (POACEAE หรือ GRAMINEAE)

 

ตะไคร้ จัดเป็นพืชล้มลุกตระกูลหญ้า ใบมีลักษณะเรียวยาว ปลายใบมีขนหนาม เป็นสมุนไพรไทยชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาประกอบอาหาร โดยตะไคร้แบ่งออกเป็น 6 ชนิด ซึ่งได้แก่ ตะไคร้หอม ตะไคร้กอ ตะไคร้ต้น ตะไคร้น้ำ ตะไคร้หางนาค และตะไคร้หางสิงห์ซึ่งเป็นสมุนไพรไทยที่นิยมปลูกทั่วไปในบ้านเรา โดยมีถิ่นกำเนิดใน ประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย พม่า ศรีลังกา และไทย

ตะไคร้เป็นทั้งยารักษาโรคและยังมีทั้งวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย เช่น วิตามินเอ ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ฯลฯ นอกจากนี้ตะไคร้ยังเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่สำคัญอีกด้วย แต่ทั้งนี้การนำใบตะไคร้ไปใช้ประโยชน์ยังไม่เป็นที่นิยม ดังนั้นในการนำตะไคร้ไปขายแต่ละครั้งยังมีการตัดใบทิ้งโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของใบตะไคร้ที่สามารถนำไปใช้งานได้

 

     ดังนั้นจากภูมิปัญญาที่ท้องถิ่นที่กล่าวมาข้างต้น เป็นการทำกระดาษสา กระดาษสาพบว่าทำจาก จากเปลือกไม้ที่มีเยื่อ  ทางกลุ่มจึงได้ดัดแปลงโดยมีการใช้ใบไม้หรือพืชต่างๆที่มีเยื่อสามารนำมาทำเป็นกระดาษสาได้และพบว่าหากนำพืชที่มีกลิ่นมาใช้ กระดาษที่ได้ก็จะมีกลิ่นตามไปด้วย และเนื่องจากภายในชุมชนมีการปลูกตะไคร้เพื่อจำหน่าย แต่ในการจำหน่ายมีการตัดใบทิ้งทางกลุ่มจึงได้เลือกนำใบตะไคร้มาทำกระดาษสาซึ่งมีกลิ่นหอมและมีสีเขียวภายในตัว ทั้งนี้ยังเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่กระดาษสาที่นำมาทำบรรจุภัณฑ์อีกด้วย

 

วิธีดำเนินการ

1.           วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้

1.1 กาว

1.2 ใบตะไคร้

1.3 เศษกระดาษ, กระดาษหนังสือพิมพ์

1.4 เครื่องปั่น

1.5 ตะแกรงสี่เหลี่ยม

2.  ขั้นตอนการปฏิบัติ

1. นำใบตะไคร้ที่ได้มาหั่นให้เป็นชิ้นเล็ก

คำอธิบาย: คำอธิบาย: D:\รูปงานชีวะ\IMG_0027.JPG

 

2.           นำกระดาษหนังสือพิมพ์มาแช่น้ำไว้

คำอธิบาย: คำอธิบาย: D:\รูปงานชีวะ\IMG_0013.JPG

 

3.           นำใบตะไคร้ที่หั่นเรียบร้อยแล้วมาปั่น ประมาณ 3 กำมือและปั่นจนละเอียดพร้อมทั้งเติมน้ำอยู่เรื่อยๆ

                 คำอธิบาย: คำอธิบาย: D:\รูปงานชีวะ\IMG_0032.JPG    

4.       นำกระดาษที่แช่ไว้ลงไปปั่น 2 กำมือ พร้อมกับใบตะไคร้ ปั่นให้ละเอียดเข้ากันเติมน้ำเรื่อย

      คำอธิบาย: คำอธิบาย: D:\รูปงานชีวะ\IMG_0034.JPG   

 

5.           เมื่อละเอียด เทใส่ตระแกรงสี่เหลี่ยมที่ทำไว้ แล้วเอาลงเกลี่ยในกะละมังที่มีน้ำอยู่  เกลี่ยให้ทั่วและเท่ากันแล้วยกขึ้นจากน้ำ

           คำอธิบาย: คำอธิบาย: D:\รูปงานชีวะ\IMG_0022.JPG                

 

6.           นำขึ้นตากแล้วทิ้งให้แห้ง จนร่อนออกเป็นแผ่นได้

      คำอธิบาย: คำอธิบาย: D:\รูปงานชีวะ\IMG_0023.JPG               

 

 

7.           ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ตัดกระดาษและพับตามที่ออกแบบไว้ 

                                         

8. เมื่อได้กล่องบรรจุภัณฑ์ แล้วนำมาทากาวโดยรอบและแปะกระดาษตะไคร้อีกรอบทิ้งให้แห้ง

9. ตกแต่งให้สวยงามตามต้องการ และนำไปใส่ผลิตภัณฑ์

 

สรุป  อภิปรายผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ 

   จากการทดลองทำพบว่า สามารถใช้กระดาษที่ทำจากใบตะไคร้ได้จริง และบรรจุภัณฑ์ยังมีกลิ่นหอมของใบตะไคร้  แต่บรรจุภัณฑ์ยังไม่มีความคงทน สามารถบรรจุได้เพียงของที่มีความเบา และแห้ง และจากการทำบรรจุภัณฑ์ทำให้ไม่ต้องตัดใบตะไคร้ทิ้ง การทำกระดาษยังพบว่าไม่เพียงแต่ใช้ใบตะไคร้  ยังสามารถใช้ใบหญ้า หรือใบพืชต่างๆที่มีเยื่อมากเช่น ใบไผ่ เป็นต้น ทั้งนี้กระดาษที่ได้จากใบตะไคร้ ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆอีก เช่น นำไปห่อปกหนังสือ ทำสมุดแต่สมุดเก็บรูป ห่อกล่องของขวัญ รวมไปถึงการทำที่คั่นหนังสืออีกด้วย แต่กระดาษที่ได้จากใบตะไคร้ยังไม่สามารถเขียนด้วยปากกาธรรมดา เพราะกระดาษมีความหยาบ

อ้างอิง

 

1.  “ขั้นตอนการทำกระดาษ”   (ออนไลน์)          เข้าถึงได้จาก   https://th.wikibooks.com  2 สิงหาคม  2558

2.  “สอนทำกล่อง”    (ออนไลน์)            เข้าถึงได้จาก    http://www.supremeprint.net   2 สิงหาคม  2558


ประเภท: พืช
Posted: 30 ส.ค. 58  13:09 น. by eye_hehe
แหล่งที่มาข้อมูล:
จำนวนคนถูกใจ
แสดงความคิดเห็น (ต้องการแสดงความคิดเห็น กรุณา log-in)