Blog
Biogang Database

Blog : jozaoo7788

เทียน reborn

เทียน reborn

      สมาชิกผู้จัดทำ

นาย ประสพ       นามวงษ์สา

นาย พงวัตฒ์      ขานเพราะ

นาง ศิวพงษ์       ซาตา

นาย อภิสิทธิ์      โพธิ์ศรี

     คุณครูที่ปรึกษาโครงงาน

คุณครู ศุภร        ไชยขันธ์

    ผู้ทรงคุณวุฒิ

นาย เพียรชัย   สุนธรวิสัย

ที่มาและความสำคัญของการศึกษา

            ในแต่ละพื้นที่ชุมชนล้วนแต่มีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามวันต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นประจำตามศาสนาสถานต่างๆ ซึ่งในชุมชนของผู้ศึกษาก็มีการประกอบพิธีกรรมเช่นกัน และเนื่องด้วยไม่นานมานี้ที่เป็นวันเข้าพรรษา ซึ่งจะมีการแห่เทียนเข้าพรรษาด้วย ซึ่งในกลุ่มผู้ศึกษาได้มองเห็นปัญหาหนึ่งก็คือ เศษน้ำตาเทียนและเศษเทียนที่เหลือจากปีที่แล้ว ทางกลุ่มผู้ศึกษาจึงคิดว่าเศษที่เหลือนั้นน่าจะทำประโยชน์ได้

            ทางกลุ่มผู้ศึกษาจึงได้เกิดแนวความคิดการที่จะทำ เทียน reborn ซึ่งเป็นการนำเอาเศษเทียนที่เหลือนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่โดยนำมาทำเป็นเทียนหอมและจัดทำใส่ภาชนะที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่เรื่อยๆและเนื่องด้วยในชุมชนของผู้จัดทำโครงงานมีสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมมากหมายเช่นตะไคร้หอม ใบยูคาลิปตัส เตยหอม ขมิ้นชัน ใบมะกรูดจึงได้ไปทำการศึกษาการทำเทียนจากนาย เพียรชัย  สุนธรวิสัย ผู้ทรงคุณวุฒิที่สามารถให้ความรู้เรื่องการทำเทียนในการแห่เทียนเข้าพรรษาได้ซึ่งนาย เพียรชัย สุนธรวิสัยเป็นผู้ทำเทียนในการแห่เทียนเข้าพรรษานั่นเอง ทางกลุ่มผู้ทำยังมีความคิด ในการทำเทียนหลายๆรูปแบบ เพื่อพัฒนาการทำเทียน โดยจะทำเทียนจาก paraffin ซึ่งหาได้ง่าย ให้มีกลิ่นของสมุนไพร และนำเศษเทียนมาเติมกลิ่นสังเคราะห์ เพื่อความแปลกใหม่ในผลิตภัณฑ์

            ทางกลุ่มผู้จัดทำจึงได้ลงมือทำเทียนหอมสมุนไพรไล่ยุง ที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่เรื่อยๆ เพียงแค่เติมไส้เทียนลงไป โดยมีการดำเนินการดังต่อไปนี้

จุดประสงค์ของการศึกษา

1 เพื่อศึกษาการทำเทียน

2 ทำการทดลองเพิ่มกลิ่นให้กับเทียน

3 นำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่

4 สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น และ ปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัย

ภูมิปัญญาท้องถิ่นและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

ในการศึกษานี้ทางกลุ่มผู้ศึกษาได้ศึกษาเกี่ยวกับการทำเทียนโดยอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์ดังต่อไปนี้

หลักการของพอลิเมอร์ ที่ใช้ในการทำเทียนโดยสารที่เป็นตัวโพลิเมอร์ในที่นี้คือ ขี้ผึ้ง Beewax และ paraffin wax โดยในส่วนของขี้ผึ้ง เป็นพอลิเมอร์ธรรมชาติ ชนิดเฮเทอโรพอลิเมอร์ (Heteropolymer)

 ที่มีการมอนอร์เมอร์หลายชนิดประกอบกันขึ้นเป็นพอลิเมอร์และมีโครงสร้างแบบพอลิเมอร์แบบกิ่ง (Branched polymer) เป็นพอลิเมอร์ที่เกิดจากมอนอเมอร์ยึดกันแตกกิ่งก้านสาขา มีทั้งโซ่สั้นและโซ่ยาว กิ่งที่แตกจาก พอลิเมอร์ของโซ่หลัก ทำให้ไม่สามารถจัดเรียงโซ่พอลิเมอร์ให้ชิดกันได้มาก จึงมีความหนาแน่นและจุดหลอมเหลวต่ำยืดหยุ่นได้ ความเหนียวต่ำ โครงสร้างเปลี่ยนรูปได้ง่ายเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น ทำให้เมื่อขี้ผึ้งถูกความร้อนสามารถหลอมได้ และ เมื่อเย็นตัวทำให้แข็งแรงเหมือนเดิม

และในส่วนของ paraffin wax ขี้ผึ้งพาราฟินเป็นไขมันที่ได้จากการกลั่นจากปิโตรเลียม ซึ่งจะได้สารเคมีในกลุ่ม Alkane Hydrocarbon โดยมีสูตรโครงสร้างคือ CnH2n+2 มีลักษณะใส ไม่มีกลิ่น ไม่มีรสชาติ คล้ายขี้ผึ้ง มีจุดหลอมเหลวที่ 47-64 องศาเซลเซียส ไม่ละลายน้ำ แต่สามารถละลายได้ใน Ether, Benzene และ Ester บางชนิด ซึ่งพาราฟินบริสุทธิ์จะมีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดี ปกติขี้ผึ้งพาราฟินจะไม่นำมาใช้สัมผัสกับอาหารโดยตรง เนื่องจากอาจทำให้เกิดการกระจายของสารเข้าสู่อาหาร และเมื่อได้รับอาหารที่มีการปนเปื้อนสารดังกล่าวสะสมในปริมาณมากอาจทำให้เกิดความเป็นพิษต่อร่างกายได้ มีการนำขี้ผึ้งพาราฟินไปใช้เคลือบภาชนะบรรจุหลายชนิด, การผลิตเทียน และอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เป็นต้น

และในส่วนของสมุนไพรที่ใช้ได้แก่ มะกรูด ใบเตย ขมิ้น ตระไคร้  ใบยูคาลิปตัส โดยจะอธิบายเป็นตัวๆไป

มะกรูด

มะกรูดมีการใช้ประโยชน์อย่างมาก เป็นได้ทั้งเครื่องเทศและยาสมุนไพร สามารถนำไปประกอบอาหารดับกลิ่นคาวและ

เป็นยารักษาโรค เช่น ช่วยแก้อาการท้องอืด แก้ปวดท้อง บำรุงโลหิตสตรี ขับเสมหะ ฯลฯ นอกจากการบริโภคเป็นอาหารและเป็น

ยารักษาโรคแล้ว ยังสามารถนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอางประเภทต่าง ๆได้อีกด้วย เช่น แชมพู ครีมนวด ครีมหมักผม

เป็นต้น ส่วนต่าง ๆของมะกรูด สามารถเก็บรักษาไว้ในรูปของแห้ง คือ ใบมะกรูดแห้ง และผิวมะกรูดแห้ง หรือน้ำมันหอมระเหย

สารสกัดวิธีต่างๆปัจจุบันความต้องการมะกรูดของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศมีแนวโน้มที่สูงขึ้น เนื่องด้วยสรรพคุณของ

มะกรูดที่มีความหลากหลาย แต่เกษตรกรมักจะปลูกมะกรูดกันในลักษณะเป็นพืชผักสวนครัว หรือพืชรองเท่านั้น

ชื่อภาษาไทย   มะกรูด

ชื่อท้องถิ่น             เขมร - โกร้ยเขียด

                ภาคเหนือ - มะขุน มะขูด มะกูด

                ภาคใต้ - ส้มกรูด ส้มมั่วผี

                กระเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน - มะขู

                หนองคาย มะหูด

ชื่อสามัญ                Porcupine Orange, Kiffir Lime, Leech Lime, Mauritius papeda

ชื่อวิทยาศาสตร์      Citrus hystrix DC.

ชื่อวงศ์                                    RUTACEAE

. ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

    น้ำมันใบมะกรูดมีฤทธิ์ไล่ยุงได้นาน 3 ชั่วโมง ต้านเชื้ออมีบา , d-limonene เป็นสารหลักในน้ำมันผิวมะกรูดมีฤทธิ์ยับยั้งสารก่อ มะเร็งในหนู

ตะไคร้หอม

ชื่อวิทยาศาสตร์

 Cymbopogon nardus Rendle วงศ์ POACEAE (GRAMINEAE) 

ชื่อท้องถิ่น ตะไคร้หอม

ลักษณะพืช พืชล้มลุก อายุหลายปี มีเหง้า ลำต้นตั้งตรง สูง 2 เมตร ออกเป็นกอ ใบเกลี้ยง รูปยาวแคบ 
กว้าง 5-20 มม. 
ยาวได้ถึง 1 เมตร มีกลิ่นหอม ตรงรอยต่อระหว่างใบกับกาบ มีแผ่นรูปไข่ปลายตัดยื่นออกมา 
ยาวประมาณ 2 มม. มีขนกาบหุ้มติดทน กาบล่างสุดเกยซ้อนกัน เมื่อแห้งจะม้วนขึ้น 

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ใบและกาบใบมีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งมี Geraniol และ Citronellal 
เป็นส่วนประกอบสำคัญ มีฤทธิ์ในการไล่แมลง โดยเฉพาะ กันยุง จากการวิจัยพบว่า 
ทั้งต้นใช้กันยุงได้ ปัจจุบันจึงมีผู้สะกัด เอาสมุนไพรชนิดนี้มาทำเป็น โลชั่นกันยุง บ้าง 
น้ำมันหอมระเหย กลิ่นตะไคร้ ไล่ยุง ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

เตย

เตย หรือ เตยหอม ชื่อสามัญ Pandan Leaves, Fragrant Pandan, Pandom wangi

เตย ชื่อวิทยาศาสตร์ Pandanus amaryllifolius Roxb. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Pandanus odorus Ridl.) จัดอยู่ในวงศ์เตยทะเล (PANDANACEAE)

ต้นเตยหอม จัดเป็นไม้ยืนต้นพุ่มเล็ก ขึ้นเป็นกอ มีใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับเวียนเป็นเกลียวจนถึงยอดใบ ลักษณะของเป็นทางยาว สีเขียวเป็นมัน ใบค่อนข้างแข็งมีขอบใบเรียบ ซึ่งเราสามารถนำใบเตยมาใช้ได้ทั้งใบสดและใบแห้ง ในใบเตยจะมีกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหย (Fragrant Screw Pine) โดยกลิ่นหอมของใบเตยนั้นมากจากสารเคมีที่ชื่อว่า 2-acetyl-1-pyrroline ซึ่งเป็นกลิ่นเดียวกันกับที่ได้ใน ข้าวหอมมะลิ ขนมปังขาว และดอกชมนาด ซึ่งสารเคมีนี้สามารถใช้ในการไล่ยุงได้

ขมิ้นชัน 

องค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญของ "ขมิ้น" คือ ส่วนของเหง้า ขมิ้นชันประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหย มีสีเหลืองอ่อน มีสารสำคัญหลักคือ เทอร์เมอโรน และซิงจิเบอรีน นอกจากนี้ยังมีสารกลุ่มเซสควิเทอร์ปีน และโมโนเทอร์ปีน อื่น ๆ อีกหลายชนิด และสารสำคัญประเภทเคอร์คูมินอยด์ เป็นสารสีเหลือง ประกอบด้วย เคอร์คูมิน (Circumin) เดสเมทอกซีเคอร์คูมิน (Desmethoxycurcumin) และบิสเดสเมทอกซี

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Curcuma longa  L.

ชื่อสามัญ :   Turmaric

วงศ์ :   Zingiberaceae

ชื่ออื่น : ขมิ้น (ทั่วไป) ขมิ้นแกง ขมิ้นหยอก ขมิ้นหัว (เชียงใหม่) ขี้มิ้น หมิ้น (ภาคใต้)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูง 30-90 ซม. เหง้าใต้ดินรูปไข่มีแขนงรูปทรงกระบอกแตกออกด้านข้าง 2 ด้าน 

 ตรงกันข้ามเนื้อในเหง้าสีเหลืองส้ม มีกลิ่นเฉพาะ ใบ เดี่ยว แทงออกมาเหง้าเรียงเป็นวงซ้อนทับกันรูปใบหอก

 กว้าง 12-15 ซม. ยาว 30-40 ซมดอก ช่อ แทงออกจากเหง้า แทรกขึ้นมาระหว่างก้านใบ รูปทรงกระบอก กลีบดอกสีเหลืองอ่อน 

 ใบประดับสีเขียวอ่อนหรือสีนวล บานครั้งละ 3-4 ดอก

 ผล รูปกลมมี 3 พู

ส่วนที่ใช้ : เหง้าแก่สด และแห้ง

 สารเคมี

          ราก และ เหง้า มี tumerone, zingerene bissboline, zingiberene,(+) - sabinene, 

alpha-phellandrene, curcumone, curcumin

ยูคาลิปตัส

ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Eucalyptus globulus  Labill. (Eucalyptus citriodora Hook.)

 

ชื่อสามัญ :   Eucalyptus

 

วงศ์ :  MYRTACEAE

 

ชื่ออื่น :  โกฐจุฬารส น้ำมันเขียว มันเขียว

 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ยืนต้น สูงประมาณ 10-25 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มหนาทึบ ค่อนข้างกลม ลำต้นเปลาตรง เปลือก เปลือกหุ้มลำต้น มีลักษณะเรียบเป็นมัน มีสีเทาสลับสีขาวและน้ำตาลแดงเป็นบางแห่ง เปลือกนอกจะแตกร่อนเป็นแผ่นหลุดออกจากผิวของลำต้น 
เมื่อแห้งจะลอกออกได้ง่ายในขณะสด ใบ ใบเป็นใบเดี่ยว (simple leaf) เรียงสลับ เป็นรูปหอกยาว 3-12 นิ้ว กว้าง 0.5-0.8 นิ้ว ก้านใบยาว ใบสีเขียวอ่อนหม่นๆ ทั้งสองด้าน ใบห้อยลง เส้นใบมองเห็นได้ชัด ดอก ดอกออกเป็นช่อ ตามข้อต่อระหว่างกิ่งกับใบ มีก้านดอกเรียวยาว มีก้านย่อยแยกไปอีก ออกดอกเกือบตลอดปี ผล ผลมีลักษณะครึ่งวงกลมหรือรูปถ้วย ผิวนอกแข็ง 
เมื่ออ่อนจะมีสีเขียว และจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อแก่ เมื่อผลแก่ปลายผลจะแยกออก 
ส่วนที่ใช้ : ใบสด น้ำมันที่กลั่นได้จากใบสด

 

ไล่หรือฆ่ายุง  แมลง

ใช้ใบสด 1 กำมือ ขยี้ กลิ่นน้ำมันจะออกมาช่วยไล่ยุงและแมลง

โดยสมุนไพรที่นำมาใช้ในการไล่ยุงนั้น จะใช้สมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหยเป็นส่วนประกอบ เพื่อทำให้เกิดกลิ่นหอม และไล่ยุงได้

 

 

 

 

 

 

วิธีการดำเนินการ

            อุปกรณ์

1 เศษเทียน

2 paraffin

3 มะกรูด

4 ขมิ้นชัน

5 ตะไคร้

6 เตยหอม

7 ใบยูคาลิปตัส

8 กลิ่นสังเคราะห์ กลิ่นมะพร้าว

9 หม้อต้มเทียน

10 พิมพ์สำหรับขึ้นรูป

11 ไส้เทียน

12 ที่กรอง

13 สีผสมอาหาร

 

 

 

 

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

            ตอนที่ 1 เทียนหอมจากเศษเทียน

1 นำเศษเทียนที่ได้มา ไปตั้งไฟ โดยใช้ไฟแรงพอสมควร

2 เมื่อเทียนหลอมหมดแล้ว ให้ลดไฟลงใช้ไฟอ่อน จากนั้นนำ สมันไพรที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วใส่ลงไปต้มด้วย เคี่ยวไปเรื่อยๆ

3 เมื่อเคี่ยวไปซักพักจน มีกลิ่นหอมและตะไคร้ ใบยูคาลิปตัส และเตยหอม เริ่มแห้ง ให้ยกลง

4 นำน้ำเทียนไปเทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ โดยเทผ่านตะแกรงกรอง ทิ้งไว้จนเทียนเริ่มแข็งตัว จึงใส่ไส้เทียนลงไป

ทิ้งไว้ให้เย็นจึงแกะออกจากพิมพ์

ตอนที่ 2

Paraffin เทียนหอม

1 นำ paraffin wax มาตั้งไฟค่อยๆทำให้ละลายโดยใช้ไฟอ่อนๆ

2 นำสมุนไพรหั่นเป็นชิ้นเล็กๆลงไปเคี่ยวด้วย

3 เมื่อเริ่มมีกลิ่นให้ปิดไฟและยกหม้อลง นำสมุนไพรออก

4 พักไว้ซักพักหนึ่ง ให้คลายร้อน จากนั้นเติมสีผสมอาหารลงไป คนให้เข้ากัน

6 เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ จากนั้นใส่ไส้เทียนลงไป ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วจึงแกะออกจากพิมพ์

ตอนที่ 3

ทำในตอนที่ 1 ซ้ำอีกรอบ แต่เปลี่ยนจากสมุนไพรเป็นกลิ่นสังเคราะห์แทน

นำผลิตภัณฑ์ที่ได้ ไปทดทองจุดไล่ยุง ในบริเวณที่มียุงเยอะ

 

 

ผลการทดลอง

เมื่อนำเทียนสมุนไพรในตอนที่ 1 ไปใช้ เป็นเวลา 3 วัน ผลการทดลองปรากฏว่า จำนวนของยุงมีการลดลง และเมื่อจุดเทียนกลิ่นของสมุนไพรอ่อนๆ ช่วยให้ผ่อนคลาย

เมื่อนำเทียนสมุนไพร ในตอนที่ 2 ไปทดลองใช้ เป็นเวลา 3 วันผลปรากฏว่า ดุงมีจำนวนลดลง และเทียนหอม ให้กลิ่นที่สดชื่น

เมื่อนำเทียน ในตอนที่ 3 ไปทดลอง ใช้ เป็นเวลา 3 วัน พบว่า จำนวนของยุงมีการลดลงเพียงเล็กน้อย แต่กลิ่นที่ได้ มีความหอมมากกว่ากลิ่นจากสมุนไพร

สรุปผลการทดลอง

จากการทดลอง สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้พบว่า น้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรเป็นกลิ่นที่ยุงไม่ชอบ เมื่อนำน้ำมันหอมระเหยจากพืชสมุนไพรมาใส่ในน้ำเทียน จะทำให้เทียนมีกลิ่นหอม และยังสามารถใช้จุดไล่ยุงได้อีกด้วย ส่วนกลิ่นสังเคราะห์นั้น สามารถใช้ไล่ยุงได้เช่นกัน แต่ไม่ดีเท่าสมุนไพร แต่ให้กลิ่นที่หอมมาก





ประเภท: ภูมิปัญญาท้องถิ่น
Posted: 30 ส.ค. 58  13:45 น. by jozaoo7788
แหล่งที่มาข้อมูล:
จำนวนคนถูกใจ
แสดงความคิดเห็น (ต้องการแสดงความคิดเห็น กรุณา log-in)