Blog
Biogang Database

Blog : supakron

สรรพคุณและประโยชน์ของต้นกระเพา



ชื่อวิทยาศาสตร์
Ocimum sanctum Linn.

ชื่อวงศ์ LABIAGAE

ชื่อสามัญ Holy Basil

ชื่อท้องถิ่น กะเพราขาว, กะเพราแดง, กอมก้อ (เหนือ) กอมก้อดง (เชียงใหม่)

ลักษณะทั่วไป
เป็นพืชล้มลุกพุ่มเล็กๆ ลำต้นลักษณะสี่เหลี่ยม ใบมีสีเขียวใบเดี่ยว ดอกเกิดบนช่อดอก
เป็นวงหรือฉัตร มี
2 ชนิด คือกะเพราขาวและกะเพราแดง

ส่วนที่ใช้เป็นยา
ใบสดหรือแห้ง

ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา
เก็บใบสมบูรณ์เต็มที่ ไม่แก่หรืออ่อนจนเกินไป

รสและสรรพคุณ
กะเพรามีรสเผ็ดร้อน ใช้แต่งกลิ่นแต่งรส กลิ่นและรสของใบกระเพราดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์
และชูรสอาหาร

ประโยชน์ทางสมุนไพร
ใบมีสรรพคุณทางยา เป็นยาตั้งธาตุ แก้ปวดท้อง ท้องขึ้น แก้ลม ตานซาง ขับผายลม
แก้จุกเสียดในท้อง แก้ปวดฟัน แก้ไขเรื้อรัง


ยาแก้ไข้เรื้อรัง
ใช้ใบกะเพราแห้ง ใบบัวบกแห้ง และพริกไทยดำอย่างละเท่าๆกัน บดเป็นผงผสมน้ำผึ้ง
ปั้นเป็นลุกกลอนขนาด
200 มิลลิกรัม รับประทาน วันละ 2 ครั้ง เช้า -เย็น ครั้งละ 1 เม็ด

ยาแก้ปวดฟัน
ใช้กะเพราทั้งต้นและใบ ใส่น้ำพอท่วม ต้มให้เดือดนานประมาณ
10 นาที
รอให้อุ่นแล้วนำมาอม หรือใช้ใบกะเพราสดขยี้กับเกลืออุดฟันที่ปวดก็ได้

ยาขับลมแก้ปวดท้อง ท้องเสีย และคลื่นไส้อาเจียน

ใช้ยอดสด 1 กำมือ ต้มพอเดือด ดื่มเฉพาะส่วนน้ำ (นิยมใช้กะเพราแดงมากกว่ากะเพราขาว)

ลดความอ้วน

เอาใบกะเพราแดงรวมรากหรือเหง้าล้างน้ำให้สะอาด สับละเอียดนำไปตากแห้ง
(ระวังอย่าให้มีเชื้อราเกาะเด็ดขาด) จากนั้นนำเอาทั้ง
2 อย่างในอัตราส่วนเท่ากัน
กะตามต้องการคลุกเคล้าผสมกัน ชงกับน้ำร้อนดื่มแทนน้ำชาได้ทั้งวัน ทำดื่มทุกวัน
พร้อมควบคุมการกินและออกกำลังกายบ้าง จะช่วยทำให้น้ำหนักส่วนเกินลดลงได้

นอกจากมีฤทธิ์ลดไขมัน ลดน้ำตาลแล้ว ใบกะเพรายังมีฤทธิ์รักษาโรคเบาหวาน
ลดการทำลายผนังหลอดเลือดลดความเสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดอุดตัน ลดภาวะความดันโลหิตสูง
ซึ่งป้องกันโรคหัวใจวายและโรคเส้นเลือดในสมองตีบตัน อันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเฉียบพลัน

ในอินโดนีเซียใช้กระเพราปรุงอาหารรับประทานเพื่อเป็นยาขับน้ำนม คนไทยกินแกงเลียง
ใบกะเพราหลังคลอดบุตร เพื่อขับลมบำรุงธาตุให้เป็นปกติ


ประเภท: พืช
Posted: 11 ต.ค. 58  22:38 น. by supakron
แหล่งที่มาข้อมูล:
จำนวนคนถูกใจ
แสดงความคิดเห็น (ต้องการแสดงความคิดเห็น กรุณา log-in)