Ecotourism (สถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ)
Biogang Database

Ecotourism (สถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ)

เที่ยวบางกระเจ้า ปั่นจักรยานสูดโอโซน

ชื่อสถานที่ท่องเที่ยว: เที่ยวบางกระเจ้า ปั่นจักรยานสูดโอโซน

รายละเอียด หากใครโหยหาพื้นที่สีเขียว ชอบปั่นจักรยานชมวิวผ่อนคลายแบบที่ไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล  แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งเป็นสวรรค์ของนักปั่นอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลจากกรุงเทพ แวดล้อมด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์จนกลายเป็นแหล่งผลิตโอโซนติดอันดับโลกและถูกขนานนามว่าเป็นปอดของกรุงเทพฯเรากำลังกล่าวถึง คุงบางกระเจ้า  จ.สมุทรปราการ  ชุมชนที่ยังคงความเป็นวิถีชีวิตแบบชาวบ้านกลมกลืนไปกับธรรมชาติ  รีวิวนี้ไปด้วยกันขอกลายร่างเป็นสิงห์นักปั่น พาเพื่อนๆปั่นชมวิว สูดโอโซนบริสุทธิ์ที่บางกระเจ้ากันค่ะ

บางกระเจ้า คุ้งกระเพาะหมูสีเขียวใกล้กรุงเทพฯ  เหตุที่มีคนเรียกบางกะเจ้าว่าเป็นกระเพาะนั้น เนื่องมาจากพื้นที่ของบางกะเจ้าถูกล้อมรอบด้วยแม่น้ำเจ้าพระยาเกือบจะทั้งหมด โค้งเว้าจนได้รูปกระเพาะหมูสวยงาม แถมยังมีความเขียวชอุ่มเต็มพื้นที่จนได้รับการยกย่องว่าเป็น The Best Urban Oasis of Asia ในปี 2006 จากนิตยสาร Time Asia

เริ่มปฎิบัติภารกิจปั่นกันแต่เช้า จุดเริ่มต้นของเรานัดรวมพลกันที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ซึ่งเปิดทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่ 8 โมงเช้า – 5 โมงเย็น มาแต่เข้าซึ่งเป็นช่วงเวลานี้ยังมีร้านค้าเปิดกันไม่มากนัก

อิ่มท้องแล้วพวกเราก็เดินมาด้านหน้าของตลาดที่วัดบางน้ำผึ้งนอก เพื่อเช่าจักรยานซึ่งจุดให้เช่าจะตั้งอยู่ด้านข้างกับวัด หากหาไม่เจอก็ถามชาวบ้านแถวนั้นได้ค่ะ แต่สำหรับใครที่มีจักรยานมาเองก็ปั่นฉลุยไปตามเส้นทางได้เลย ค่าเช่าจักรยานจะอยู่ที่ชั่วโมงละ 20 บาท หากเหมาทั้งวัน วันละ 90 บาท ก็เลือกแบบเหมาทั้งวันไปดีกว่าเพราะยังไงเวลาขั้นต่ำปั่นไปแวะพักตามจุดต่างๆตามเส้นทางเกิน 3 ชั่วโมงแน่นอน

เส้นทางปั่นจักรยานบางกระเจ้า สำหรับปั่นในระยะสั้นแบบมือสมัครเล่นอย่างพวกเรา  เริ่มที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งนอกปั่นไปชมวิวผ่านบรรยากาศสวนอันร่วมรื่นไปถึง สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย ย้อนกลับมาเส้นทางเดิมไปยังบ้านธูปหอมสมุนไพร และอาจจบที่บางกอกทรีเฮาส์  เมื่อออกมาจากตลาดน้ำบางนำผึ้งนอกให้มุ่งหน้าไปยังเส้นทางที่ไปยังสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ก่อน ไม่ต้องห่วงว่าจะหลงเพราะมีป้ายบอกตลอดทาง แต่เส้นทางปั่นในช่วงนี้ต้องระวังรถกันซักหน่อยเพราะเป็นถนนสายหลักที่ไปยังตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

ปั่นกันไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเข้าสู่ซอยเล็กในชุมชนกันแล้ว รถใหญ่ก็จะน้อยลง ปั่นสบายขึ้นแถมบรรยากาศสองข้างทางก็เต็มไปด้วยต้นไม้ต้นไม้เขียวขจี สมกับเป็นพื้นที่ที่ติดอันดับว่าเป็นแหล่งผลิตโอโซนของอันดับต้นของเอเชีย

ประมาณ 45 นาทีกว่า ๆ ก็มาเกือบทุกจุดหมายแล้วถึงครึ่งทางแล้วแวะถ่ายภาพกับป้ายซักหน่อย

 จุดแรกตามเส้นทางที่มาถึงนั่นก็คือ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ หรือเรียกสั้นๆว่า สวนศรี ในวันหยุดจะมีผู้คนมาออกกำลังกาย เดินเล่นทั้งยังเป็นสวรรค์ของนักปั่นจักรยานและนักดูนกตัวย


ที่นี่เป็นเหมือนโอเอซิสผลิตออกซิเจนให้คนเมืองด้วยพื้นที่สวนกว่า 200 ไร่ ร่มรื่นเย็นชื้นเพราะมีต้นไม้นานาพันธุ์ มีไม้ใหญ่และรากไทรปกคลุม  บางพื้นที่มีอุโมงค์ต้นไม้แสนเก๋


จากสวนศรี เราก็ไปต่อยังพิพิธภัณธ์ปลากัดไทย ซึ่งมีป้ายบอกไปอีกเพียง 700 เมตร เท่านั้น

มาถึงแล้วจะสังเกตเห็นป้ายชื่อพิพิธภัณฑ์โดดเด่น ก็เลี้ยวเข้าไปเลยค่ะ

จากนั้นก็นำจักรยานมาจอดไว้ยังจุดจอดรถจะไม่อนุญาตให้ปั่นจักรยานเข้าไปชมพื้นที่ข้างในค่ะ แต่จะให้นักท่องเที่ยวจอดไว้ด้านหน้าแล้วเดินชมบรรยากาศด้วยตัวเอง

ด้านหน้ามีสมุดลงนามเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ปลากัดไม่เก็บค่าเข้าชมค่ะ แต่จะเป็นการบริจาคบำรุงใส่กล่องให้ตามกำลังศรัทธา เวลาทำการ 10.00 – 17.00 น. ปิดทุกวันพุธ

พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ในรูปแบบ”พิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้ และการพักผ่อนหย่อนใจ” เพื่อไปท่องเที่ยวและรับทราบความเป็นมาของปลากัดไทยและความสวยงามของปลากัดสายพันธุ์ต่างๆ ที่ได้จัดแสดงไว้

ส่วนจัดแสดงปลากัดในส่วนนี้จะเป็น ปลากัดสวยงามที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์แล้ว เช่น ปลากัดหางพระจันทร์เสี้ยว ปลากัดหางยาว ปลากัดยักษ์ และปลากัดสองหางแต่ละตัว มีความสวยงาม บริเวณเดียวกันมีอ่างปลาสำหรับเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาตัวอ่อน ปลากัดจะมีอายุเฉลี่ย 8 – 12 เดือน ด้วยอายุที่สั้นนี้ทำให้ สามารถพัฒนาสายพันธุ์ได้รวดเร็วไปด้วย ปัจจุบันจึงมีปลากัดสีสัน ออกมามากมาย

หลังจากพักให้หายเหนื่อยแล้วก็ปั่นย้อนกลับมายังเส้นทางเดิมผ่านตลาดน้ำบางน้ำผึ้งไปยังเส้นทางวัดบางน้ำผึ้งใน  เพื่อไปยังสองจุดหมายสุดท้ายซึ่งตั้งอยู่ในเส้นทางเดียวกันนั่นก็คือ บ้านธูปหอมสมุนไพร และ  บางกอกทรีเฮาส์  ด้านหน้าทางเข้าเป็นซอยถนนคอนกรีตเรียบคลองเล็กๆ มีป้ายเขียนว่า หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ด้านหน้ามีจักรยานให้เช่าด้วย สำหรับใครที่อยากมาเที่ยวแค่บางกอกทรีเฮาส์ก็สามารถเอารถมาจอดไว้ด้านหลังของตลาดแล้วมาเช่าจักรยานจากตรงนี้แล้วปั่นเข้าไปได้ค่ะ เส้นทางปั่นช่วงนี้ต้องทรงตัวกันเล็กน้อยเพราะต้องปั่นบนสะพานปูนขนาดกว้างเพียง 1-2 เมตร ที่ทอดผ่านชุมชมและลัดเลาะไปตามป่าชายเลนและร่องสวน

 มีสามล้อถีบโบราณแสนเก๋ สัญลักษณ์ประจำเมืองพระประแดง

รวมถึงร้านกาแฟให้บริการ หลังจากปั่นจักรยานก็มาพักจิบเครื่องดื่มให้หายเหนื่อยสักครู่

มีการอบรมวิชาชีพเช่น ทำผ้ามัดย้อม ทำธูปหอมไล่ยุง  ซึ่งหากมาเป็นหมู่คณะต้องแจ้งล่วงหน้า 1 วัน

ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงที่พัก มีทั้งในส่วนที่เป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟเครื่องดื่ม ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้พักเข้ามาพักผ่อนนั่งเล่นกันได้ และที่สำคัญเป็นที่แวะพักผ่อนจิบเครื่องดื่มของคนที่ปั่นจักรยานมาเที่ยวในบางกระเจ้านั่นเอง ที่นี่จึงเป็นจุดท้ายของการปั่นของเราที่บางกระเจ้า



ข้อมูลการติดต่อ

ข้อมูลอื่นที่ฉันรู้: หมู่ 3 18/1 ซอยวัดราษฎร์รังสรรค์ เพชรหึงส์ ตำบล บางกะเจ้า อำเภอ พระประแดง จังหวัด สมุทรปราการ 10130
โทร 02 815 0149 เปิดบริการวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-17.00 น.

แหล่งที่มาของข้อมูล: http://www.paiduaykan.com/travel

คำช่วยค้นหา:
จำนวนคนถูกใจ
รูปภาพเพิ่มเติม
อธิบายการเดินทาง: การเดินทาง
1.รถส่วนตัวไปตามถนนเพชรหึงษ์ มาประมาณ 6 กิโลเมตรให้สังเกต ซอยเพชรหีงษ์ 33 เข้าซอยตามทางไปประมาณ 3 กิโลเมตร 
2 .เริ่มต้นที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง จะใช้บริการรถมอเตอร์ไซต์หน้าตลาดหรือเช่าจักรยานที่วัดบางน้ำผึ้งนอก ปั่นไปตามเส้นทางปั่นจักรยาน บางกระเจ้า จะมีป้ายบอกพิพิธภัณฑ์ปลากัด ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ การเดินทางไปตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

สถานที่ตั้ง
ที่อยู่: หมู่ 3 18/1 ซอยวัดราษฎร์รังสรรค์ เพชรหึงส์ ตำบล บางกะเจ้า อำเภอ พระประแดง จังหวัด สมุทรปราการ 10130
ตำบล: บางกะเจ้า
อำเภอ: พระประแดง
จังหวัด: สมุทรปราการ
รหัสไปรษณีย์: 10130
เบอร์ติดต่อ:
แสดงความคิดเห็น (ต้องการแสดงความคิดเห็น กรุณา log-in)