Expert (ภูมิปัญญา/ปราชญ์)
Biogang Database

Expert (ภูมิปัญญา/ปราชญ์)

นายเสก พิยะ

ชื่อผู้รู้/ปราชญ์: นายเสก

นามสกุลผู้รู้/ปราชญ์: พิยะ

วันเกิดผู้รู้: -

หมวดหมู่ภูมิปัญญา: ด้านเกษตรกรรม

ภูมิปัญญาที่เชี่ยวชาญ: การทำน้ำหมักชีวภาพ

รายละเอียด

น้ำหมักชีวภาพ 

น้ำหมักชีวภาพ คือ การนำเอาพืช ผัก ผลไม้ สัตว์ชนิดต่างๆ มาหมักกับน้ำตาลทำให้ทำให้เกิดกระบวนการพลาสโมไลซิส (plasmolysis) คือทำให้ สารละลายภายในเซลล์พืชและสัตว์ที่ประกอบด้วยสารอินทรีย์ต่างๆ ไหลออกมาจากเซลล์ เกิดจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์จำนวนมากซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้จะไปช่วยสลายธาตุอาหารต่าง ๆ ที่อยู่ในพืช มีคุณค่าใน แง่ของธาตุอาหารพืชเมื่อถูกย่อยสลายโดยกระบวนการย่อยสลายของแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์สารต่างๆ จะถูกปลดปล่อยออกมา เช่นโปรตีน กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ ธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง จุลธาตุ ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต เอนไซม์ วิตามิน ซึ่งพืชสามารถนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ การหมักมี 2 แบบ คือ แบบต้องการออกซิเจน (แบบเปิดฝา) และแบบไม่ต้องการออกซิเจน (แบบปิดฝา)      

             1. การหมักแบบต้องการออกซิเจน เป็นการหมักด้วยจุลินทรีย์ชนิดที่ต้องการออกซิเจนสำหรับกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์ เพื่อสร้างเป็นพลังงาน และอาหารให้แก่เซลล์ การหมักชนิดนี้จะเกิดน้อยในกระบวนการหมักน้ำหมักชีวภาพ และมักเกิดในช่วงแรกของการหมัก แต่เมื่อออกซิเจนในน้ำ และอากาศหมด จุลินทรีย์แบบใช้ออกซิเจนจะลดน้อยลง และหมดไปจนเหลือเฉพาะการหมักจากจุลินทรีย์แบบไม่ใช้ออกซิเจน
             2. การหมักแบบไม่ต้องการออกซิเจน เป็นการหมักด้วยจุลินทรีย์ชนิดที่ไม่ต้องการออกซิเจนสำหรับกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์ เพื่อสร้างเป็นพลังงาน และอาหารให้แก่เซลล์ การหมักชนิดนี้จะเกิดเป็นส่วนใหญ่ในกระบวนการหมักน้ำหมักชีวภาพ ผลิตภัณฑ์ที่ได้คือ คาร์บอนได ออกไซด์ มีเทน ส่วนพวกเมอเคปเทนและก๊าซซัลไฟด์ปล่อยออกมาเล็กน้อย

           จุลินทรีย์ที่พบในน้ำหมักชีวภาพหรือน้ำหมักชีวภาพ หรือปุ๋ยอินทรีย์น้ำ ทั้งที่ต้องการ ออกซิเจน และไม่ต้องการออกซิเจน มักเป็นกลุ่มแบคทีเรีย Bacillus sp., Lactobacillus sp., Streptococus sp., นอกจากนี้ยังอาจพบเชื้อรา ได้แก่ Aspergillus niger และ ยีสต์ ได้แก่ Canida sp. ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้จะไปช่วยสลายธาตุอาหารต่าง ๆ ที่อยู่ในพืช มีคุณค่าในแง่ของธาตุอาหารพืชเมื่อ ถูกย่อยสลายโดยกระบวนการย่อยสลายของแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์สารต่างๆจะถูกปลดปล่อย ออกมา เช่น โปรตีน กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ ธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง ฮอร์โมนควบคุม การเจริญเติบโต สารควบคุมแมลง สารป้องกันกำจัดโรคพืช เอนไซม์ วิตามิน คุณภาพของน้ำหมัก ชีวภาพขึ้นกลับองค์ประกอบของวัตถุดิบที่ใช้ จุลินทรีย์ที่มีในกระบวนการหมัก และสภาวะแวดล้อมขณะหมัก

จากการตรวจวิเคราะห์กระบวนการด้านวิทยาศาสตร์ในการหมักของน้ำหมักชีวภาพพอสรุปโดยสังเขปได้ดังนี้

             1. ถ้าในน้ำหมักชีวภาพหรือน้ำหมักชีวภาพหรือปุ๋ยอินทรีย์น้ำมีสภาพเป็นกรด และมีแก๊ส ออกซิเจนในการหมัก คือ เปิดฝาเวลาหมัก ในสารละลายมีแบคทีเรียชนิด Methanotrophic ซึ่งเป็น แบคทีเรียที่เปลี่ยนแก๊สมีเทนได้กลายเป็นเมทิลแอลกอฮอล์ (methanol) และมีธาตุเหล็ก หรือไอออน เหล็ก (Fe2+, Fe3+) ในพืชที่ใช้หมัก เช่น พวกผักขม, ผักคะน้า เป็นต้น เมทิลแอลกอฮอล์จะถูก ออกซิเจนในอากาศทำให้กลายเป็นเอสเตอร์ของแอลกอฮอล์ ซึ่งสารพวกเอสเตอร์จะมีกลิ่นหอม และกลิ่นเหม็นเฉพาะตัว ใช้เป็นสารดึงดูดแมลง และสารไล่แมลงได้
             2. กลูโคสในพืชที่ใช้หมัก ถ้าในขณะหมักมีแบคทีเรียชนิดแกรมบวก (gram positive )
คือ eubacterium, Sareina ventriculi และมีออกซิเจน คือเปิดฝาเวลาหมักพร้อมกับในสารละลายมีเอนไซม์ 3 ตัว ซึ่งมีอยู่ในพืชเอง คือ pyruvate dehydrogenase, phosphotran -sacetylase, acetate kinase ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายสารกลูโคส ให้กลายเป็นสารไพรูเวท และจะถูกย่อยสลายต่อไป จน สุดท้ายได้สาร acetic acid และ acetate เมื่ออนุมูล acetate มารวมตัวกับ minor elements เช่น Ca, Mg จะได้เป็น Calsium acetate และ Magnesium acetate ถ้ารวมตัวกับพวก major elementsจะได้เป็น NaOOCH3C (Sodium acetate) หรือ KOOCH3C (potassium acetate)ซึ่งพืชพร้อมจะดูดเอาไป ใช้เป็นอาหารได้เลย

             3. ถ้าหมักแบบปิดฝาไม่มีออกซิเจน ethanol ซึ่งเป็นสารผลิตภัณฑ์สุดท้ายเมื่อเจออากาศจะได้เป็นสารพวกเอสเตอร์ซึ่งมีกลิ่นเหม็นเช่นกันซึ่งใช้เป็นสารดึงดูดแมลงและเป็นสารไล่แมลงได้

             4. แบคทีเรียชนิดแกรมลบ (gram negative) ชื่อ eubacterium, Zymononas mobilisจะได้ สาร ethanol แล้วเปลี่ยนเป็นเอสเตอร์เช่นกัน

             5. กลูโคสเป็นสารที่มีอยู่ในพืชทุกชนิดในรูปน้ำตาลชนิดหนึ่งที่ถูกสะสมเอาไว้ใช้ เมื่อ จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นรูปอื่นๆที่พร้อมจะนำไปใช้ เช่น พลังงาน, อาหารต่างๆ ฯลฯ เมื่อได้ products สุดท้ายเป็น acetic acid, lactic acid เมื่ออยู่ในสารละลายถ้ามี major elements, minor elements จะ เปลี่ยนรูปเป็นสารอาหารเช่นกัน ซึ่งพืชนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที

หมักชีวภาพ มี 2 ประเภท คือ
                    1. น้ำหมักชีวภาพจากพืช ทำได้โดยการนำเศษพืชสด ผสมกันน้ำตาลทรายแดง หรือกากน้ำตาล อัตราส่วน กากน้ำตาล 1 ส่วน พืชผัก 3 ส่วน หมักรวมกันในถังปิดฝา หมักทิ้งไว้ประมาณ 3-7 วัน เราจะ ได้ของเหลวข้น ๆ สีน้ำตาล ซึ่งเราเรียกว่า น้ำหมักชีวภาพจากพืช
                    2. น้ำหมักชีวภาพจากสัตว์ มีขั้นตอนทำคล้ายกับน้ำหมักจากพืช แตกต่างกันตรงวัตถุดิบจากสัตว์ เช่น หัวปลา ก้างปลา หอยเชอรี่ เป็นต้น

ลักษณะน้ำหมักชีวภาพที่หมักสมบูรณ์     
             1. น้ำหมักชีวภาพมีลักษณะสีน้ำตาลหรือน้ำตาลเข้มใส ไม่ขุ่นดำ น้ำหมักจะอยู่ส่วนบน ส่วนกากจะตกลงด้านล่าง
             2. น้ำหมักชีวภาพไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า แต่จะมีกลิ่นหอมเหมือนเหล้าหมักหรือมีกลิ่นของกากน้ำตาลและกลิ่นเหม็นเปรี้ยว
            3. น้ำหมักชีวภาพจะต้องมีฟองก๊าซหรือไม่มีฟองก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หากเกิดการหมัก      วัสดุจนหมดแล้ว

  4. น้ำหมักชีวภาพจะมีค่าความเป็นกรด-ด่าง ประมาณ 3-4

อัตราและวิธีการใช้น้ำหมักชีวภาพ

   ข้าว

1. แช่เมล็ดพันธุ์ข้าว

            อัตราน้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพเจือจาง 1:1000 แช่เมล็ดข้าวเป็นเวลานาน 12 ชั่วโมง แล้วนำขึ้นพักไว้ 1 วัน จึงนำลงปลูก

     2. ช่วงเตรียมดิน

             อัตราน้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพเจือจาง 5 ลิตร/ไร่ ฉีดพ่นหรือรดลงดิน ระหว่างเตรียมดินหรือก่อนไถกลอตอซัง

     3. ช่วงการเจริญเติบโต

                  อัตราน้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพเจือจาง 1:500 ฉีดพ่นหรือรดลงดิน เมื่อข้าวอายุ30, 50 และ 60 วัน

    พืชไร่

      1. ช่วงการเจริญเติบโต

        อัตราน้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพเจือจาง 1:500 ฉีดพ่นหรือรดลงดิน ทุก ๆ 15 วันก่อนออกดอกและช่วงติดผล

      2. แช่ท่อนพันธุ์อ้อยและมันสำปะหลัง

        อัตราน้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพเจือจาง 1:500 แช่ท่อนพันธุ์อ้อยหรือมันสำปะหลังเป็นเวลา 12 ชั่วโมง จึงลงปลูก

  พืชผักและไม้ดอก

      อัตราน้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพเจือจาง 1:1000 ฉีดพ่นหรือรดลงดินทุก ๆ 15 วัน

    ไม้ผล

      อัตราน้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพเจือจาง 1:500 ฉีดพ่นหรือรดลงดินทุกๆ 1 เดือน ช่วงกำลังเจริญเติบโตก่อนออกดอกและช่วงติดผล

   คอกปศุสัตว์

      อัตราน้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพเจือจาง 1:10-100 ฉีดพ่นหรือเทน้ำหมักชีวภาพ

ที่เจือจางแล้วทุกวันหรือทุก ๆ 3 วัน

   บ่อน้ำ บ่อกุ้งและบ่อปลา

      อัตราน้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพ 1 ลิตร น้ำ 10 ลูกบาศก์เมตร เทน้ำหมักชีวภาพ

ลงในบ่อทุก ๆ 15 วัน



อาชีพผู้รู้/ปราชญ์

ข้อมูลอื่นที่ฉันรู้

แหล่งที่มาของข้อมูล:

คำช่วยค้นหา:
จำนวนคนถูกใจ
รูปภาพเพิ่มเติม
น้ำหมักชีวภาพ
ที่อยู่
ที่อยู่: บ้านฝายมูล
ตำบล: ป่าคา
อำเภอ: ท่าวังผา
จังหวัด: น่าน
รหัสไปรษณีย์:
โทรศัพท์:
แสดงความคิดเห็น (ต้องการแสดงความคิดเห็น กรุณา log-in)