Expert (ภูมิปัญญา/ปราชญ์)
Biogang Database

Expert (ภูมิปัญญา/ปราชญ์)

ศรมณี -

ชื่อผู้รู้/ปราชญ์: ศรมณี

นามสกุลผู้รู้/ปราชญ์: -

วันเกิดผู้รู้: 14 ต.ค. 43

หมวดหมู่ภูมิปัญญา: ด้านอื่นๆ

ภูมิปัญญาที่เชี่ยวชาญ: ขายหยก

รายละเอียด ตลาดแม่สอดบริเวณถนนประสาทวิถี ซึ่งเป็นแหล่งค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของแม่สอด และมีการจัดตั้งเป็นย่านการค้า “สยามอัญมณีแม่สอด หรือ ตลาดพลอยแม่สอด” ซึ่งย่านการค้าสยามอัญมณีเกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนอัญมณีที่มาจากวิถีชีวิตการค้าชายแดนซึ่งติดต่อกับประเทศเมียนมาเดินทางมาซื้อขายอัญมณีกับพ่อค้าชาวไทย โดยเป็นย่านการค้าสำคัญที่ทำรายได้ให้กับอำเภอแม่สอด โดยคาดว่ามีมูลค่าการค้าเฉลี่ยเดือนละประมาณ 100 ล้านบาท สินค้าเด่น ได้แก่ หยก ทับทิม ไพลิน และเครื่องประดับ โดยลูกค้าประกอบด้วยคนไทย คนจีน คนอินเดีย คนอินโดนีเซีย คนไต้หวัน และคนเวียดนาม โดยกรณีของคนอินเดียนิยมซื้อทับทิมเนื้อแก้วสีชมพูจนถึงแดง (รวมถึงนิยมเพชร ทอง มรกต ทับทิม และไพลิน) ส่วนลูกค้าคนอินโดนีเซียชอบทับทิมกิมบ่เซี้ยง ลูกค้าคนไต้หวันชอบทับทิมเนื้อแก้วสีแดงเข้มจนดำ ขณะที่ลูกค้าคนเวียดนามชอบ Star Ruby อย่างไรก็ตาม พบว่าแม้มีการค้าอัญมณีและเครื่องประดับในตลาดชายแดนกันมาก แต่ยังไม่มีตัวเลขแสดงในสถิติการค้าของศุลกากรเนื่องจากมีการขนสินค้าข้ามแดนโดยไม่ได้สำแดงตามระเบียบพิธีการศุลกากร โดยหยกและทับทิมที่มีการค้าชายแดนในไทยส่วนใหญ่จะมีพ่อค้าเมียนมารับซื้อมาจากตลาดการค้าที่เขตมัณฑะเลย์และเขตย่างกุ้งแล้วนำมาขายต่อให้พ่อค้าไทยที่ชายแดน ส่วนทับทิมจากนำมาจากเหมืองโมกก และเหมืองมองซู อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันรัฐบาลเมียนมาเข้มงวดในการส่งออกหยกและทับทิม โดยรัฐบาลจะเป็นผู้จัดการประมูลเอง โดยเปิดให้นักธุรกิจจากประเทศต่างๆ เข้าไปประมูล ซึ่งพบว่านักธุรกิจส่วนใหญ่ที่ประมูลได้เป็นคนจีน ทำให้ปัจจุบันพ่อค้าเมียนมามีสินค้านำออกจากขายให้กับพ่อค้าไทยน้อยเนื่องจากไม่สามารถสู้ราคาประมูลจากพ่อค้าจีนได้

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เดินทางมาซื้ออัญมณีและเครื่องประดับที่ตลาดชายแดนแม่สอดส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ส่วนที่เหลือเป็นนักท่องเที่ยวต่างประเทศ เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น อเมริกา ยุโรป และออสเตรเลีย (คนจีนนิยมซื้อหยกที่เป็นเม็ดร่วงเพื่อนำไปประกอบเป็นเครื่องประดับเอง) นอกจากนี้ ยังมีพ่อค้าจากจันทบุรีจะเดินทางมาซื้อทับทิมและพลอยเพื่อนำไปเจียระไนต่อที่จังหวัดจันทบุรี โดยเป็นตลาดนำเข้าสินค้าจากเมียนมามากกว่าตลาดส่งออก ขณะเดียวกันก็มีพ่อค้าจากอำเภอแม่สอดรับซื้อพลอยเจียระไนจากจันทบุรีเพื่อมาขายให้นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่อำเภอแม่สอด โดยฤดูการซื้อขายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยวไทยของอำเภอแม่สอดจะขึ้นอยู่กับเทศกาลท่องเที่ยว เช่น ฤดูหนาว ช่วงเทศกาลตรุษจีน และช่วงเทศกาลสงกรานต์

หากศึกษาพฤติกรรมของคนเมียนมาที่เดินทางข้ามแดนมาซื้ออัญมณีและเครื่องประดับจากไทย พบว่า คนเมียนมาส่วนใหญ่เดินทางมาจากเมืองย่างกุ้งและเมืองเมียวดี เพื่อมาซื้อสินค้าจากฝั่งไทย โดยคนเมียนมาส่วนใหญ่หรือประมาณร้อยละ 97 ที่มาซื้ออัญมณีและเครื่องประดับจะมาซื้อทองรูปพรรณมากกว่าการซื้อเครื่องประดับอื่นๆ เนื่องจากทองรูปพรรณสามารถนำไปเก็บเป็นสินทรัพย์แทนเงินสด เงินจ๊าด (Kyat) ของเมียนมาไม่มีเสถียรภาพทำให้การเก็บทองรูปพรรณจะมีความมั่นคงมากกว่าและสามารถนำไปเก็งกำไรได้ อีกทั้งทองรูปพรรณของไทยมีมาตรฐานและมีลวดลายที่สวยงาม นอกจากนี้ คนเมียนมาอีกร้อยละ 3 จะเดินทางมาซื้อเครื่องประดับ เช่น เครื่องประดับเพชร และเครื่องประดับพลอย ที่มีตัวเรือนทำจากทองคำ 22K เพื่อนำไปใช้งานพิธีสำคัญ เช่น งานแต่งงาน เป็นต้น เนื่องจากเครื่องประดับของไทยมีคุณภาพและการออกแบบที่สวยงามมากกว่าเมียนมา โดยลูกค้าเมียนมาจะชำระราคาทั้งหมดเป็นเงินสด (สกุลเงินบาท) และมีมูลค่าการซื้อเฉลี่ยคราวละ 100,000–500,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีคนเมียนมาบางส่วนเดินทางมาซื้อเครื่องประดับจากไทยเพื่อนำไปเป็นตัวอย่างในการออกแบบเครื่องประดับในเมียนมา โดยจะมาซื้อปีละ 4 ครั้งๆ ละ 100,000–500,000 บาท โดยการจำหน่ายสินค้าให้คนเมียนมาไม่มีผลกระทบจากอิทธิพลด้านฤดูกาล

ปัญหาอุปสรรคที่พบในปัจจุบัน ได้แก่ 
(1) จำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่อำเภอแม่สอดมีลักษณะตามฤดูกาล โดยมาท่องเที่ยวมากช่วงฤดูหนาว และปรับลดลงในช่วงฤดูฝน 
(2) การขาดแคลนแหล่งวัตถุดิบ โดยเฉพาะขาดแคลนพลอยและหยก เนื่องจากเมียนมามีความเข้มงวดมากขึ้นในการส่งออกพลอย อีกทั้งพลอยที่ขุดได้จากเหมืองพลอยในเมียนมาจะต้องนำมาประมูล โดยผู้ชนะการประมูลส่วนใหญ่เป็นคนจีนเนื่องจากมีเงินทุนมากกว่า เพราะการประมูลแต่ละครั้งจะต้องนำเงินไปวางค้ำประกัน 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้คนเมียนมาไม่มีโอกาสนำพลอยมาขายต่อให้กับพ่อค้าไทย ทำให้ปัจจุบันพลอยเจียระไนที่นำมาขายในตลาดแม่สอดส่วนใหญ่รับมาจากจังหวัดจันทบุรี ซึ่งนำเข้ามาจากแทนซาเนีย โมซัมบิก และประเทศอื่นๆ ในทวีปแอฟริกา

ในการผลักดันแม่สอดเป็นศูนย์กลางอัญมณีในภูมิภาคและและศูนย์หยกโลกนั้น ผู้เขียนเห็นสมควรให้กระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่บูรณาการส่งเสริมย่านการค้าด้วย 
(1) การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนมีการรวมตัวเป็นกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจ (cluster) เพื่อสร้างความเข้มแข็งของผู้ประกอบการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดย่อม โดยมีการแบ่งปันข้อมูล การสร้างแบรนด์ของชุมชนในย่านการค้าให้เป็นที่รู้จัก การรวมตัวกันเพื่อจัดซื้อวัตถุดิบ และการรวมตัวเพื่อขอรับความช่วยเหลือสนับสนุนจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 
(2) การอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับมารวมตัวอยู่ในอาคารสถานที่เดียวกัน เพื่อให้เป็นพื้นที่ที่มีการให้บริการเบ็ดเสร็จแก่ลูกค้าและผู้ประกอบการ อีกทั้งช่วยให้ลูกค้าสามารถเดินทางเข้ามาเที่ยวชมและซื้อสินค้าได้ในพื้นที่เดียวกัน 
(3) การส่งเสริมและประชาสัมพันธ์มาตรฐานทองคำและอัญมณีเครื่องประดับของไทย เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นในตัวผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์ที่ผู้ประกอบการท้องถิ่นนำมาเสนอจำหน่ายให้แก่ลูกค้า ตลอดจนเชิญชวนให้ผู้ประกอบการฯ ใช้บริการรับรองคุณภาพมาตรฐานเพิ่มขึ้นโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัด Mobile Unit เพื่อเข้าไปช่วยเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ 
(4) การรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดนและขยายเวลาการเปิดให้บริการของด่านพรมแดน 
(5) การพิจารณาผ่อนคลายความเข้มงวดในการเก็บภาษีแก่กิจการอัญมณีและเครื่องประดับชายแดน เนื่องจากผู้ประกอบการค้าและลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีศุลกากร ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เกิดตลาดการค้าชายแดนขึ้น ดังนั้น ในกรณีที่ภาครัฐต้องการส่งเสริมการพัฒนาการค้าชายแดนจะต้องไม่นำกฎระเบียบเรื่องการเก็บภาษีมาใช้อย่างเข้มงวดมากเกินไป เพื่อมิให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการค้าและการท่องเที่ยวชายแดน 
(6) การส่งเสริมการจัดทำฐานข้อมูลผู้ประกอบการค้าอัญมณี เครื่องประดับ และทองรูปพรรณในพื้นที่ชายแดน และ 
(7) การส่งเสริมความต่อเนื่องในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดน ซึ่งจะเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะการประกอบธุรกิจและกิจกรรมทางการค้าและการลงทุนที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าพื้นที่ปกติ ซึ่งจะเอื้อต่อการยกระดับมูลค่าและกิจกรรมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดน


อาชีพผู้รู้/ปราชญ์ นักเรียน-นักศึกษา

ข้อมูลอื่นที่ฉันรู้
สินค้านำเข้ามาจากประเทศเมียนมาร์
สินค้าที่ขายดีที่สุดคือ หยก
ราคามี 30-100,000


แหล่งที่มาของข้อมูล: ร้านค้าบริเวณตลาดเพชรพลอย

คำช่วยค้นหา: ตลาดเพชรพลอยแม่สอด
จำนวนคนถูกใจ
รูปภาพเพิ่มเติม
ที่อยู่
ที่อยู่: แม่สอด
ตำบล: แม่สอด
อำเภอ: แม่สอด
จังหวัด: ตาก
รหัสไปรษณีย์: 63110
โทรศัพท์: -
แสดงความคิดเห็น (ต้องการแสดงความคิดเห็น กรุณา log-in)