Knowledge
Tools

Knowledge

เรื่องไม่เป็น สับปะรด

น้ำพริกสับปะรด น้ำส้มสายชูและสับปะรดแช่อิ่มอบแห้ง ผลงานความสำเร็จของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จากการนำข้อมูลความรู้ด้านการแปรรูปเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกร ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร สร้างทางออกให้กับปัญหาผลผลิตล้นตลาดรวมทั้งการเสื่อมคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวเร็ว ทำให้ราคาจำหน่ายตกต่ำ


สับปะรด เป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีพื้นที่ปลูกจำนวนมาก เมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวจะประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด กระทบต่อรายได้ของเกษตรกร ทั้งที่สับปะรดเป็นพืชที่มีคุณค่าทางอาหารที่ดีเหมาะกับผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย จึงไม่ควรปล่อยให้สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้น ฝ่ายเทคโนโลยีทางการเกษตร วว. จึงได้ทำการวิจัยและแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์น้ำพริกเพื่อสุขภาพ


แปรรูปสร้างมูลค่าสับปะรด

สมัยก่อนนิยมทำสับปะรดกวน ส่วนผลิตภัณฑ์ที่เหลือนำไปเป็นปุ๋ยหมักและส่วนผสมในอาหารสัตว์ ซึ่งไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบเท่าที่ควร นักวิจัยจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ฝ่ายเทคโนโลยีทางการเกษตร จึงได้ลงพื้นที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม แหล่งปลูกสับปะรดหวาน และบ้านเสด็จ แหล่งปลูกสับปะรดใน จ.ลำปาง พบว่ามีปัญหาเหมือนกันคือ สับปะรดตกเกรด ขนาดไม่ได้มาตรฐานหรือผลมีตำหนิ ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดที่จะนำไปบริโภคหรือแปรรูปในโรงงานอุตสาหกรรม

จิตตา สาตร์เพ็ชร์ นักวิจัยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ฯ พร้อมคณะ จึงถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและเพิ่มมูลค่าผลผลิตของสับปะรดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกร โดยศึกษาศักยภาพของผลผลิต องค์ประกอบและคุณภาพของสับปะรด เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบความต้องการผู้บริโภคได้มากที่สุด เช่น น้ำพริกสับปะรดแบบเปียกและแห้ง ให้กับเกษตรกร อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม และน้ำพริกอบแห้ง สับปะรดแช่อิ่มอบแห้ง น้ำส้มสายชูให้กับเกษตรกรบ้านเสด็จ จ.ลำปาง ภายใต้แบรนด์ ส.เสด็จ

 “ยกตัวอย่างน้ำพริก เราใช้ทั้งส่วนของแกนและเนื้อโดยคั้นน้ำออกแล้วนำไปอบแห้ง 15-16 ชั่วโมง จากนั้นก็นำไปปั่นผสมกับเครื่องน้ำพริกและผัด ก็จะได้รสชาติที่โดดเด่นขึ้นมา เราชูจุดขายเป็นน้ำพริกเพื่อสุขภาพ เพราะสับปะรดเป็นผลไม้ที่มีใยอาหารสูงช่วยในการขับถ่าย ขณะเดียวกันก็พัฒนารสชาติที่ได้มาตรฐาน สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้หลากหลาย โดยจะกระจายสินค้าไปตามร้านของสมาชิกสหกรณ์ในจังหวัดและสหกรณ์ทั่วประเทศ ก่อนที่ขยายไปสู่ช่องทางค้าปลีกและตลาดเพื่อนบ้าน ซึ่งมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่คล้ายคลึงกัน


ยกระดับคุณภาพสินค้า 
ฐิติทิพย์ กิติศรีวรพันธุ์ กลุ่มผู้ปลูกและแปรรูปสับปะรด ท่าอุเทน กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการแปรรูปสับปะรดเพื่อแก้ปัญหาผลผลิตตกต่ำนั้น ที่ผ่านมาส่วนใหญ่แปรรูปด้วยการกวนแต่หลังจากได้เข้าร่วมสัมมนากับทีมนักวิจัยจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ฯ ซึ่งให้คำแนะนำว่า น่าจะแปรรูปเป็นน้ำพริกเพื่อสร้างจุดขายใหม่ภายใต้โจทย์ที่ว่า ต้องใช้ทุกส่วนของลูกสับปะรด

ล่าสุดได้นำผลิตภัณฑ์น้ำพริกสับปะรดไปเสนอในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ จ.นครพนม พบว่าได้รับการตอบรับที่ดี เนื่องจากเป็นน้ำพริกที่มีส่วนผสม วัตถุดิบและรสชาติที่แตกต่างจากน้ำพริกเผาทั่วไป รวมทั้งมีคุณสมบัติพิเศษจากกากใย ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มจากเดิมเน้นขายผลสด แต่ในปีนี้วัตถุดิบหลักคือ สับปะรดให้ผลผลิตต่ำและขาดตลาด ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากภัยแล้ง

ปัจจุบัน ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน มีพื้นที่ปลูกสับปะรดลดเหลือ 3,000 ไร่ จากเดิม 5,000 ไร่ เนื่องจากเกษตรกรเปลี่ยนไปปลูกยางพารา เพราะคาดหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่จากแปรรูปที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มน่าจะทำให้เกษตรกรกลับมาปลูก สับปะรดเพิ่มขึ้น แทนที่จะรอผลผลิตจากยางพารา ซึ่งต้องใช้เวลา 7-8 ปีกว่าจะกรีดน้ำยางมาขายได้ แถมยังรอลุ้นว่าช่วงนั้นราคายางขึ้นหรือลง

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงเป็นทางเลือกสำหรับเกษตรกร ที่ต้องการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร และในอนาคตมีแผนที่จะแปรรูปสับปะรดให้เป็น สบู่ เมนูเค็มบักนัด ซึ่งเป็นภูมิปัญญาอีสานในการถนอมอาหารด้วยวิธีการดองเค็ม โดยใช้ส่วนผสมหลักคือเนื้อปลาและสับปะรดคล้ายการหลนปลาร้า

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ วันที่ 6 สิงหาคม 2558 Section: First Section/eureka


อัพเดตเมื่อ 4 ก.ย. 58
จำนวนผู้อ่าน 1753 คน

Most View
Dashboard
Hits 2,548,194
Members 57,949
Plants 149,843
animals 70,082
Experts 10,209
Products 8,692
Ecotourism 6,621
Groups 1,237