Knowledge
Tools

Knowledge

นมสาว หรือ นมนาง ไม้ผู้สร้างน้ำนมแม่

นมสาว หรือ นมนาง ไม้ผู้สร้างน้ำนมแม่


เมื่อกล่าวถึงการอยู่ไฟ ทำให้นึกถึงสมุนไพรที่เกี่ยวอย่างมากชนิดหนึ่ง คือ ต้นนมนาง

ในอดีตมีการนำเปลือกจากต้นนมนางมาเป็นยาบำรุงน้ำนมอย่างแพร่หลาย แต่ในปัจจุบันจำนวนประชากรของต้นนมนางได้ลดลงอย่างมาก อาจกล่าวได้ว่าอยู่ในสภาวะวิกฤติอย่างรุนแรง จึงไม่ค่อยมีใครนำมาใช้ประโยชน์กันแล้ว เพราะหายากมากใกล้สูญพันธุ์ จึงอยากมาชวนกัน รักแม่ รักษ์และฟื้นฟูพันธุ์ต้นนมนางกันตั้งแต่วันนี้

แนะนำให้รู้จักต้นนมนาง ซึ่งเป็นสมุนไพรที่อยู่ในสกุล Xantolis ปัจจุบันมีรายงานการศึกษาสมุนไพรในสกุลนี้ทั่วโลกเพียง 14 ชนิด แต่พบในประเทศไทยจำนวน 4 ชนิด คือ

1)      Xantolis burmanica (Collett&Hemsl.) P. Royen มีชื่อสามัญในภาษาไทยว่า ตานเสี้ยน และมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ เช่น นมพระสี (เลย) มะนมนาง (เชียงใหม่) ตานเสี้ยนเป็นไม้ยืนต้นพบได้เฉพาะในพม่า (เมียนมาร์) และประเทศไทยเท่านั้น อ่านชื่อวิทยาศาสตร์ของสมุนไพรชนิดนี้ก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าพบที่ประเทศพม่าเป็นครั้งแรก ออกดอกเป็นกระจุกตามกิ่ง ดอกมีสีขาว ผลกลมรี ปลายผลมีติ่งแหลม

2)      Xantolis cambodiana (Pierre ex Dubard) P.Royen มีชื่อสามัญในภาษาไทยว่า ตานนม มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นอื่นๆ ว่า นมนาง (ลำปาง) นางหวาน (ภาคอีสาน) เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางพบได้ใน 4 ประเทศ คือ กัมพูชา ไทย ลาวและเวียดนาม แต่จากชื่อวิทยาศาสตร์เข้าใจว่าพบครั้งแรกที่กัมพูชา

3)      Xantolis tomentosa Raf. เป็นชนิดที่พบได้ในอินเดีย ศรีลังกา ไทยและเวียดนาม สมุนไพรชนิดนี้ชื่อวิทยาศาสตร์บ่งบอกว่าสมุนไพรชนิดนี้มีขนมาก ซึ่งสอดคล้องกับชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า Hairy Xantolis จากเอกสารของหอพรรณไม้ กรมป่าไม้ ไม่มีรายงานเกี่ยวกับพืชชนิดนี้ในประเทศไทย สมุนไพรชนิดนี้เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 15 เมตร ใบเป็นรูปไข่ มีขนแบบกำมะหยี่ปกคลุม ดอกออกเป็นช่อ มีกลิ่นหอม ออกดอกในช่วงธันวาคม ถึงกุมภาพันธ์ มีการกระจายตั้งแต่อินเดียไปจนถึงจีนตอนใต้ สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์

4)      Xantolis siamensis (H.R. Fletcher) P.Royen มีชื่อสามัญในภาษาไทยว่า ตานเสี้ยน ถ้าอ่านชื่อวิทยาศาสตร์แสดงว่าพบสมุนไพรชนิดนี้ครั้งแรกในประเทศไทย และพบว่าเป็นพืชถิ่นเดียวของประเทศไทย พบมากในแถบกาญจนบุรี ออกดอกเป็นกระจุกตามกิ่ง ดอกมีสีขาว ผลกลมรี ปลายผลมีติ่งแหลม คล้ายกับ ตานเสี้ยน (Xantolis burmanica (Collett & Hemsl.) P. Royen) แต่สมุนไพรชนิดนี้มีก้านใบและก้านดอกสั้นกว่า

ในการใช้ประโยชน์นั้น พบว่าหมอพื้นบ้านจำนวนมากจะนำเอาสมุนไพรที่เรียกันว่า นมนางหรือนมสาว (Xantolis cambodiana (Pierre ex Dubard) P.Royen) นำมาใช้เป็นยาเรียกน้ำนม หรือบำรุงน้ำนมให้กับแม่หลังคลอด ถ้าลองถากเปลือกมาชิมจะพบว่ามีรสหวาน รวมทั้งผลก็มีรสหวานเช่นกัน ตามตำรับพื้นบ้านมีการนำมาใช้เป็นยาได้หลายส่วน ได้แก่

·       เปลือกต้น รสเย็นเอียน สรรพคุณ บำรุงน้ำนม เสริมน้ำนม

·       เนื้อไม้และราก รสเย็น สรรพคุณ ระงับความร้อน แก้ไข้พิษ แก้ไข้หัวหัด สุกใส ดำแดง

·       ราก รสเย็น สรรพคุณ แก้คลื่นเหียนอาเจียน แก้เจ็บหลังเจ็บเอว

·       ใบ รสเย็น สรรพคุณ ตำผสมน้ำทาหรือพ่น แก้ร้อนภายใน

·       ลูก รสเย็น สรรพคุณ ต้มเอาน้ำรับประทานแล้วอาบ แก้ซาง แก้เด็กตัวร้อน

 

เนื่องจากการกระจายตัวของพืชชนิดนี้มีน้อย จึงทำให้มีข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรนมนางและพืชในกลุ่มนี้น้อยมาก ทั้งๆ หมอพื้นบ้านและประสบการณ์ของชาวบ้านมีการใช้ประโยชน์ค่อนข้างมาก ถ้าใครได้เดินศึกษาสมุนไพรในป่า แล้วพบเห็นไม้ในกลุ่มนี้จะเห็นว่าลำต้นถูกถากเปลือกออกไปเกือบหมด เพื่อนำไปต้มดื่มเป็นยาเรียกน้ำนม

หากเรามาช่วยกันอนุรักษ์และปลูกเพิ่มขึ้น รวมถึงศึกษาวิจัยต่อยอดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ต่อไปหญิงไทยที่ให้นมลูกและมีสมุนไพรนมนางช่วยบำรุงน้ำนม น่าจะช่วยให้มีน้ำนมมากพอให้นมลูกตลอด 6 เดือน ช่วยให้สถิติอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของสตรีไทยรอดพ้นจากอันดับบ๊วยได้บ้าง (ไทยติด 1 ใน 10 ของประเทศทั่วโลกที่มีอัตราให้นมลูกน้อยที่สุด)

 นมสาว นมนาง เป็นสมุนไพรที่มีศักยภาพ มาช่วยกันส่งเสริมการปลูกเพื่อการใช้ประโยชน์ที่ยั่งยืนในอนาคตกัน

 

ที่มา : มติชนสุดสัปดาห์ 21 ส.ค. 2558 คอลัมน์ "สมุนไพรเพื่อสุขภาพ", ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


อัพเดตเมื่อ 11 ก.ย. 58
จำนวนผู้อ่าน 1360 คน

Most View
Dashboard
Hits 2,548,194
Members 57,949
Plants 149,843
animals 70,082
Experts 10,209
Products 8,692
Ecotourism 6,621
Groups 1,237