Knowledge
Tools

Knowledge

5 ผัก คุณค่าสูงเมื่อปรุงสุก



การกินผักที่ถูกวิธีนั้นจะช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการและดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจาก ผักบางชนิดเหมาะสำหรับการกินสด เพราะสารอาหารบางอย่างถูกทำลายได้ด้วยความร้อน ในขณะที่ ผัก บางชนิดกลับเหมาะที่จะปรุงให้สุกมากกว่า มาดูกันค่ะ ว่ามีผักอะไรบ้าง

5 ผัก คุณค่าสูงเมื่อปรุงสุก

ข้อมูลจากกระทรวงการเกษตรของสหรัฐอเมริการะบุว่า สัดส่วนการบริโภคอาหารในจานของคนเรานั้น สำหรับวัยผู้ใหญ่ควรจะกินผักวันละประมาณ 2.5-3 ถ้วย ขึ้นอยู่กับปริมาณความต้องการของแคลอรีที่แตกต่างกันในแต่ละคน และสิ่งที่สาวๆ ควรทราบเพิ่มเติมคือ ผักบางชนิดต่อไปนี้ เมื่อคุณปรุงให้สุกจะยิ่งดึงวิตามินบางอย่างในตัวผักออกมา และให้คุณค่าทางโภชนาการมากกว่าการกินแบบสดอย่างไม่น่าเชื่อ

ผักโขม

ผักโขมเป็นพืชผักใบเขียวที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ธาตุเหล็ก และแมกนีเซียมสูง ในผักโขมมีกรดชนิดหนึ่งที่ชื่อ Oxalic Acid อยู่จำนวนมาก ซึ่งเมื่อคุณกินแบบสดๆ กรดชนิดนี้จะเป็นตัวขัดขวางไม่ให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กในผักโขม แต่เมื่อนำไปปรุงให้สุกก่อน ความร้อนจะช่วยกำจัดกรดชนิดดังกล่าวให้ลดน้อยลง ทั้งช่วยเพิ่มวิตามินและแร่ธาตุที่มีในผักโขมให้มากขึ้นได้ โดยเฉพาะปริมาณของแคลเซียมจะยิ่งทวีขึ้นเป็น 3 เท่า

กะหล่ำดาว

พืชผักตระกูลกะหล่ำปลี เช่น กะหล่ำดาว มีสารประกอบที่ชื่อว่า อินโดล ทรี คาร์บินอล  (Indole-3-Carbinal) ซึ่งจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อนำไปผ่านกระบวนการปรุงให้สุก โดยสารอินโดล ทรี คาร์บินอลนี้ ถือเป็นสารต้านการเกิดมะเร็งในร่างกาย ส่วนใครที่เคยกินผักตระกูลกะหล่ำสดๆ จิ้มน้ำพริก หรือเป็นผักเคียงกับเมนูอาหาร คุณอาจรู้สึกว่าท้องอืดและย่อยยาก เพราะฉะนั้นการปรุงสุกจะช่วยให้ย่อยง่ายขึ้นด้วย

เห็ด

เห็ดเป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีโปรตีนสูงและปราศจากไขมัน จึงได้รับความนิยมสำหรับสาวๆ ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก แต่เห็ดสดมักจะมีความเหนียวและย่อยยาก รวมทั้งอาจมีสารพิษที่แฝงมากับเห็ด เพราะฉะนั้นการทำให้สุกก่อนจะช่วยให้ร่างกายย่อยง่ายขึ้น และเป็นการทำลายสารพิษที่มีในเห็ดได้อย่างปลอดภัย เชื่อมั้ยว่าคุณค่าของเห็ดมีมากมาย ทั้งอุดมด้วยโพแทสเซียม, ซีลีเนียม, ไรไบฟลาวิน, วิตามินบีรวม ฯลฯ โดยเฉพาะเมื่อนำเห็ด 3 ชนิดขึ้นไปมาผัดหรือต้มกินรวมกัน จะช่วยเพิ่มค่าของกรดอะมิโน ซึ่งอยู่ในระดับที่สามารถต้านทานหรือต่อสู้กับโรคมะเร็งได้ด้วยนะ

มะเขือเทศ

มะเขือเทศกินได้ทั้งแบบสดที่คลุกเคล้าในเมนูสลัดหรือหั่นครึ่งสอดไส้แซนด์วิชแสนอร่อย แต่รู้หรือไม่ว่า ปริมาณไลโคปีนที่มีในมะเขือเทศ ซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านมะเร็งนั้นจะเพิ่มขึ้นประมาณ 30% เมื่อมันโดนความร้อนหรือนำไปผ่านกระบวนการผลิตที่ทำให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศ เช่น ซอสมะเขือเทศ, น้ำมะเขือเทศ ฯลฯ นอกจากนี้ ไลโคปีนในมะเขือเทศสุก ร่างกายจะยังสามารถนำไปใช้ได้ดีกว่าการกินแบบสดๆ อีกด้วย

 แครอทดิบ

ในเมนูสลัดอาจทำให้ร่างกายย่อยยาก มันจึงง่ายกว่าหากคุณจะทำให้สุกก่อน นอกจากนี้ เมื่อนำแครอทไปต้มสุก จะยิ่งเพิ่มปริมาณเบต้าแคโรทีนให้สูงขึ้น ช่วยบำรุงดวงตาให้มีสุขภาพดี รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระในแครอท ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยป้องกันโรคมะเร็งก็จะเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย และเนื่องจากแครอทเป็นผักที่มีแป้งสูง เมื่อมันถูกความร้อนจึงเกิดการแตกตัวกลายเป็นน้ำตาลเชิงเดี่ยว จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมแครอทต้มสุกจึงให้รสชาติที่หวานอร่อย


ที่มา: http://www.lisaguru.com/


อัพเดตเมื่อ 26 เม.ย. 59
จำนวนผู้อ่าน 800 คน

Most View
Dashboard
Hits 2,548,194
Members 57,949
Plants 149,843
animals 70,082
Experts 10,209
Products 8,692
Ecotourism 6,621
Groups 1,237