Knowledge
Tools

Knowledge

8 โครงการพระราชดำริ ตามรอยพระบาทในหลวง รัชกาลที่ 9

 เที่ยวโครงการพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สร้างประโยชน์ให้กับราษฎร และพัฒนากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

          โครงการพระราชดำริ เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เช่น โครงการเกี่ยวกับดิน น้ำ ป่า และวิศวกรรม โครงการเหล่านี้ได้สร้างประโยชน์ให้กับเหล่าราษฎรของพระองค์มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และพัฒนาสู่แหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปเยี่ยมชม หลังจากที่เราเคยนำเสนอกระทู้ "5 เส้นทางท่องเที่ยวโครงการพระราชดำริ เที่ยวสุขใจตามรอยพ่อหลวง" ยังมีเส้นทางท่องเที่ยวโครงการที่น่าสนใจอีกมากมาย วันนี้เราจะตามรอยเท้าพ่อไปเที่ยวโครงการพระราชดำริของพระองค์กันต่อ ว่าแต่จะมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ตามมาดูกัน
1. ศูนย์เรียนรู้โครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพง จังหวัดเพชรบุรี

          ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลเขาใหญ่ และตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชนที่สนใจศึกษาดูงาน โดยจัดทำเป็นศูนย์นิทรรศการในอาคารคุ้มเกล้าสหกรณ์และอาคารนิทรรศการภาพพระราชกรณียกิจที่หุบกะพง นอกจากนี้ยังสามารถเยี่ยมชมแปลงสาธิตเกษตรจากชีวิตจริงของชาวบ้านเกษตรกรตัวอย่างที่สามารถถ่ายทอดประสบการณ์ทางการเกษตรของพวกเขาได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังจัดแสดงเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริต่าง ๆ ภาพถ่ายในอดีต และการจำลองแบบบ้านหลังแรกของเกษตรกรที่ได้อพยพเข้ามาอยู่ที่หุบกะพง เครื่องจักรการเกษตร และกังหันน้ำชัยพัฒนา (สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สาธิตสหกรณ์โครงการหุบกะพง โทร. 032 471 543, 032 471 100 หรือ webhost.cpd.go.th)
 
2. บริษัท อุตสาหกรรมการเกษตรเขาค้อ จำกัด ในโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก (เขาค้อ) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดเพชรบูรณ์
 
          ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 สี่แยกรื่นฤดี ตำบลสะเดาะพง จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อทำการวิจัยและขยายพันธุ์พืชของเกษตรกรให้มีคุณภาพ ปัจจุบันเปิดให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน ได้แก่ อาคารที่ 1 เป็นอาคารผลิตอาหารกระป๋องสำเร็จรูป เพื่อนำผลผลิตของเกษตรกรมาแปรรูปให้เก็บไว้ได้นาน, อาคารที่ 2 เป็นอาคารอบแห้ง สาธิตต้นแบบการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เป็นสมุนไพรอบแห้ง ส่งจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศ และอาคารที่ 3 เป็นอาคารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช เพื่อทำการวิจัยและขยายพันธุ์พืชของเกษตรกรให้มีคุณภาพ รวมถึงสถานีทดลองและวิจัยพืชที่ใช้ในอุตสาหกรรม และไม่ลืมแวะชิมกาแฟรสชาติเยี่ยมของเขาค้อ ตลอดจนผลิตภัณฑ์สมุนไพรอบแห้ง และสินค้า OTOP ของชุมชนให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อตามชอบใจ (นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่สนใจเข้าชมกิจการภายในโรงงานอุตสาหกรรมการเกษตรเป็นหมู่คณะ ควรทำหนังสือติดต่อขอเข้าชมล่วงหน้า 1 สัปดาห์ ถึงผู้จัดการโรงงานอุตสาหกรรมการเกษตรเขาค้อ จำกัด โทร. 056 728 118-9)
3. โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) จังหวัดแม่ฮ่องสอน
 ตั้งอยู่ที่ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งแต่เดิมพื้นที่ดังกล่าวมีการทำไร่เลื่อนลอย ปลูกฝิ่น และตัดไม้ทำลายป่าเป็นบริเวณกว้าง จากนั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำริให้รวบรวมราษฎรบริเวณนั้นพร้อมกับพัฒนาความเป็นอยู่ ส่งเสริมอาชีพปลูกป่า สร้างอ่างเก็บน้ำ และฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืน ปัจจุบันปางอุ๋งกลายเป็นแหล่งปลูกพืชที่น่าสนใจหลายชนิด และมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ทำมากมาย เช่น ตื่นมาดูหมอกยามเช้า เดินชมดอกไม้ ล่องแพชมธรรมชาติ เป็นต้น โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกไปเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับ หรือจะไปพักแบบค้างแรมก็ได้ (สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ศูนย์ประสานงานโครงการพัฒนาตามพระราชดำริจังหวัดแม่ฮ่องสอน โทร. 053 611 244)
4. โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ ภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก
 ตั้งอยู่บ้านร่องกล้า ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ท่ามกลางภูเขาเขียวขจีและอากาศที่บริสุทธิ์ ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้การพัฒนาป่าไม้และเพาะชำกล้าไม้หายาก อันเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการฟื้นฟูสภาพป่า เพาะชำกล้าไม้ และส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับราษฎร พื้นที่ในโครงการมีแนวหินผาเป็นจุดชมวิวถึง 6 จุดสำคัญ ได้แก่ ผาไททานิค ผาพบรัก ผาบอกรัก ผาคู่รัก ผารักยืนยง และสลัดรัก สามารถยืนชมทิวทัศน์ผืนป่าเขียวชอุ่ม ไม่เพียงแค่ทุ่งดอกกระดาษและหน้าผาแห่งรักเท่านั้น ในช่วงฤดูหนาว ที่นี่ยังเป็นจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทยผลิบานอีกหนึ่งจุดอีกด้วย ภายในโครงการไม่มีจุดกางเต็นท์ แต่นักท่องเที่ยวสามารถพักที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร (สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า 055 356 652, 081 596 5977 หรือ เฟซบุ๊ก โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า)
5. โครงการพัฒนาป่าไม้ปากน้ำปราณบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ตั้งอยู่บริเวณตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองเก่า และป่าคลองคอย เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าไม้ และเป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริ เพื่อหวังให้ความรู้แก่ประชาชนและคนในชุมชนเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ภายในมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนที่ให้ความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศป่า พันธุ์สัตว์น้ำ มีท่าเรือสำหรับล่องเรือชมธรรมชาติป่าชายเลน และวิถีชุมชนประมงปากน้ำปราณบุรี นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับป่าโกงกางที่มีอายุร่วมร้อยปีที่หาชมได้ยาก รวมถึงป่าเบญจพรรณ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง เช่น เลียงผา กวาง นกยูง ไก่ป่า เป็นต้น ที่ปล่อยให้เจริญเติบโตตามธรรมชาติ (สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วนอุทยานปราณบุรี โทร. 081 682 6674, 081 763 9652)
6. โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา

          ตั้งอยู่ที่ กม.ที่ 53 ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี ริมทางหลวงหมายเลข 304 มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวม ศึกษา ทดลอง วิจัย และพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ทางการเกษตร ซึ่งครั้งหนึ่งพื้นที่เขาหินซ้อนเป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ผืนหนึ่งของภาคตะวันออก แต่ด้วยการทำการเกษตรที่ผิดวิธี การบุกรุกพื้นที่เพื่อใช้เป็นที่ทำกิน จากเดิมที่เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ก็กลายเป็นพื้นที่ทะเลทรายที่ไม่สามารถทำมาหากินได้ จนเมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระราชดำริให้ทำการฟื้นฟูสภาพของดิน เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน ภายในมีการทำแปลงสาธิตการเกษตรในรูปแบบต่าง ๆ ตามแนวทฤษฎีใหม่ โครงการสวนป่าสมุนไพร ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มนักเรียน นักศึกษา เข้าไปทัศนศึกษากันอย่างไม่ขาดสาย (สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โทร. 038 554 982-3 หรือ www.khaohinsorn.com)
7. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่
 ตั้งอยู่บริเวณอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 8,500 ไร่ นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจสำหรับคนที่มาเที่ยวเชียงใหม่ ภายในศูนย์ถือได้ว่ามีความเพียบพร้อมโดยมีการวิจัยและพัฒนาป่าที่หลากหลาย ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเห็นภาพแนวทางการพัฒนาป่าได้อย่างชัดเจน โดยมีการวิจัยทางด้านปศุสัตว์และโคนม รวมทั้งเกษตรอุตสาหกรรม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมผลงานวิจัยต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง โดยมีทิวทัศน์ที่มีความงดงาม โดยนักท่องเที่ยวจะนิยมมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันอย่างมาก นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถเยี่ยมชมวิถีชีวิตของชาวบ้านแต่ละเผ่า ซึ่งตั้งอยู่รอบศูนย์แห่งนี้อีกด้วย (สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โทร. 053 389 228, 053 389 229 หรือ www.hongkhrai.com)
8. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี
 ตั้งอยู่บริเวณตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ในอดีตพื้นที่แห่งนี้มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อทราย แต่เพราะผลจากการที่ราษฎรเข้ามาทำกิน บุกรุกป่า โดยเฉพาะการทำไร่สับปะรดและการใช้สารเคมีอย่างผิดวิธี ทำให้ส่งผลต่อระบบนิเวศให้เสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว จนเมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์แห่งนี้ เพื่อศึกษา ค้นคว้า วิจัย เพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่า และฟื้นฟูสภาพป่าที่เสื่อมโทรม รวมถึงยังเป็นสถานที่ศึกษาหาความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าของนักเรียน นิสิต และประชาชนทั่วไปที่สนใจอีกด้วย (สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  โทร. 032 593 252, 032 593 253 หรือ www.huaysaicenter.org)
 
          ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของโครงการพระราชดำริอันแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงหวังจะช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้น ทั้งยังนำมาซึ่งการสร้างรายได้ รวมถึงยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ยังไงอย่าลืมหาโอกาสมาเที่ยวกันดูนะ


ที่มา : http://travel.kapook.com/view159737.html


อัพเดตเมื่อ 7 พ.ย. 59
จำนวนผู้อ่าน 368 คน

Most View
Dashboard
Hits 2,548,194
Members 57,949
Plants 149,843
animals 70,082
Experts 10,209
Products 8,692
Ecotourism 6,621
Groups 1,237