Bio Diversity (พืช)
Biogang Database

Bio Diversity (พืช)

พริกขี้หนู

ชื่ออื่นๆ: หมักเพ็ด (อีสาน) พริกแด้ พริกแต้ พริกนำ (เหนือ) หมักเพ็ดครี (กระเหรี่ยงกำแพงเพชร) ดีปลี (ปัตตานี) ดีปลีขี้นก พริกขี้หนู (ใต้) ปะแกว (ชาวบน- นครราชสีมา) มะระตี้ (เขมร-สุรินทร์) มือซาซีซู มือส่าโพ (กระ

หมวดหมู่ทรัพยากร: พืช

ลักษณะ:

– ลำต้น
ต้นพริกขี้หนูมีการเติบโตของกิ่งแบบ Dichotomous คือ กิ่งแตกออกจากลำต้นเพียงกิ่งเดียวและจะแตกเพิ่มเป็น 2 เท่า เรื่อยๆ เป็น 2 กิ่ง เป็น 4 กิ่ง และ 8 กิ่ง จนมีลักษณะเป็นทรงพุ่ม

– ราก
รากพริกขี้หนู ประกอบด้วยรากแก้ว และรากฝอยจำนวนมาก มีลักษณะการแผ่ออกด้านข้างเป็นรัศมีได้มากกว่า 1 เมตร และหยั่งลึกได้มากกว่า 1.20 เมตร บริเวณรอบๆโคนต้นจะมีรากฝอยสานกันหนาแน่น

– ใบ
ใบเป็นชนิดใบเดี่ยว มีลักษณะแบนเรียบ สีเขียวอ่อน และเขียวเข้มตามอายุของใบ ใบเป็นมัน มีขนปกคลุมเล็กน้อย รูปร่างของใบมีลักษณะรูปไข่จนถึงเรียวยาว ปลายใบแหลม ใบออกบริเวณกิ่งแบบตรงข้ามกัน และมีขนาดแตกต่างกันตามสายพันธุ์ แต่ทั่วไปใบพริกขี้หนูจะมีขนาดเล็กในระยะต้นกล้า และมีขนาดใหญ่ เมื่อต้นโตเต็มที่

– ดอก
พริกขี้หนูเป็นดอกชนิดเดี่ยว ขนาดเล็ก แตกออกบริเวณข้อตรงที่มุมด้านบนของก้านใบหรือกิ่ง อาจมีดอกเดียวหรือหลายดอกในจุดเดียวกัน ก้านดอกตรงหรือโค้ง ดอกมีกลีบรอง มีลักษณะเป็นพู สีขาวหรือสีม่วงประมาณ 5 กลีบ เกสรตัวผู้มีประมาณ 1-10 อัน แตกออกจากโคนขที่กลีบดอก อับเกสรตัวผู้มักมีสีน้ำเงิน เป็นกระเปราะขนาดเล็ก และยาว ส่วนเกสรตัวเมียมี 1- 2 รังไข่ มีลักษณะชูขึ้นเหนือเกสรตัวผู้ รูปร่างเหมือนกระบองหัวมน รังไข่มี 3  – 4 พู มักจะออกดอก และติดผลในช่วงวันสั้น

– ผล

ผลพริก เป็นผลประเภท Berry มีลักษณะเป็นกระเปาะ มีฐานที่ชั้นผลสั้น และหนา ผลอ่อนมักชี้ขึ้น แต่เมื่อแก่ผลจะห้อยลง ผลมีลักษณะแบน กลมยาว จนถึงพองอ้วนสั้น ผลมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ผนังผล ( Pericarp ) อาจบางหรือหนา มีความเผ็ดแตกต่างกันตามพันธุ์ ผลเมื่ออ่อนสีเขียวเข้ม บางพันธุ์อาจมีสีขาวออกเหลืองเขียว เมื่อผลแก่จะเปลี่ยนเป็นแดงหรือเหลือง ขนาดผลทั่วไปประมาณ 1- 1.5 นิ้ว มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1/4 -2/3 นิ้ว เมล็ดด้านในจะเกิดรวมกันที่รก (Placenta) ตลอดจากโคนจนถึงปลายผล ในช่วงที่ผลพัฒนา หากอุณหภูมิในช่วงกลางวันสูง ความชื้นต่ำ จะทำให้ผลมีรูปร่างบิดเบี้ยว ผลมีขนาดเล็ก การติดเมล็ดต่ำ

– เมล็ด

เมล็ดพริกขี้หนูจะเกิดรวมกันที่รก (Placenta) ตลอดแนวยาวจากโคนถึงปลายผล เมล็ดมีรูปร่างคล้ายเมล็ดมะเขือเทศ คือ มีรูปกลม แบน สีเหลืองจนถึงสีน้ำตาล ผิวเมล็ดไม่ค่อยมีขนเหมือนผลในมะเขือเทศ แต่มีขนาดใหญ่กว่า



ประโยชน์:

1. ทางด้านอาหาร
– ยอดอ่อนของพริกใช้ทำเป็นผักลวกจิ้ม กินกับน้ำพริกหรือรับประทานเป็นผักลวก หรือนำไปประกอบอาหารประเภทแกงจืด แกงเลียง แกงอ่อม เป็นต้น ซึ่งจะให้รสหวาน และเผ็ดเล็กน้อย กรอบ นุ่ม

– ผล มักใช้เป็นผัก หรือเครื่องเทศสำหรับปรุงรสในการประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด รวมทั้งใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องแกงหรือพริกแกง อาหารที่ใช้พริกเป็นส่วนประกอบหรือปรุงรส ได้แก่ อาหารประเภทแกง อาหารประเภททอด อาหารประเภทต้ม อาหารประเภทยำ รวมถึงอาหารประเภทปิ้งย่างที่ต้องการรสเผ็ด ดังนั้น พริกจึงเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และมีประโยชน์ต่อร่างกาย  เพราะสามารถให้พลังงาน และแร่ธาตุ เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เหล็ก แคลเซียม วิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี โดยเฉพาะวิตามินซี ที่พบมากกว่าผักชนิดอื่นๆ

คุณค่าทางโภชนาการ (100 กรัม ที่บริโภคได้)
• พลังงาน 347 กิโลแคลอรี่
• โปรตีน 15.8 กรัม
• ไขมัน 9.1 กรัม
• คาร์โบไฮเดรต 50.5 กรัม
• เส้นใย 22.7 กรัม
• แคลเซียม 32 มิลลิกรัม
• ฟอสฟอรัส 360 มิลลิกรัม
• เหล็ก 15.8 มิลลิกรัม
• วิตามินเอ 4287 ไมโครกรัม
• ไทอามีน 0.16 มิลลิกรัม)
• ไรโบฟลาวิน 0.74 มิลลิกรัม
• ไนอาซิน 11.2 มิลลิกรัม
• วิตามินซี 0 มิลลิกรัม
• เถ้า 3.8 กรัม



ฤดูกาลใช้ประโยชน์:

ศักยภาพการใช้งาน: ทำอาหาร,ประกอบอาหาร

ชื่อสามัญ: Bird pepper, Hot pepper, Spur pepper

ชื่อวิทยาศาสตร์: Capsicum frutescens Linn.

ชื่อวงศ์: Solanaceae

ข้อมูลอื่นที่ฉันรู้: พันธุ์พริกขี้หนู

1. พันธุ์นาเคนทร์1 (NAKENTR 1) จัดเป็นพันธุ์ลูกผสม (F1-hybrid) มีลักษณะเจริญเติบโตเร็ว แตกแขนงดี ผลดก เก็บผลผลิตได้นาน มีสีสวยเนื้อแน่น ขนาดผลประมาณ 2.5 x 18 ซม. ให้ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 3-5 ตัน ผลอ่อนมีสีเขียวอ่อน เมื่อแก่มีสีแดงจัด เหมาะสำหรับบริโภคสด และแปรรูปอุตสาหกรรม ทำเป็นพริกบดหรือซอสพริก

2. พันธุ์นาเคนทร์2 (NAKENTR 2) จัดเป็นพันธุ์ลูกผสมลูกผสม (F1-hybrids) มีลักษณะเจริญเติบโตดี แต่แตกแขนงน้อย ทำให้ปลูกชิดได้ดี ผลดกปานกลาง ขนาดผลใหญ่ ประมาณ 3-17 ซม. มีสีผลเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม เมื่อสุกมีสีแดงจัด รสชาติไม่เผ็ดมาก เหมาะสำหรับทำซอสพริก และอุตสาหกรรมสกัดสี

3. พันธุ์ฮ๊อทชอต (HOT SHOT) มีลักษณะเจริญเติบโตดี ผลผลิตสูง แตกกิ่งมาก ทรงพุ่มกว้าง ประมาณ 50-60 ซม. ต้นสูงประมาณ 45-65 ซม. ผลมีสีเขียวอ่อน และสีแดงเข้ม ผลผลิตต่อต้นประมาณ 1.5 กก. อายุเก็บเกี่ยวหลังการย้ายกล้าที่ 3 เดือน และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตนานประมาณ 12 เดือน

4. พันธุ์มันดำ #02 (MUN DUM #02) เป็นพริกที่มีลักษณะมันดำ เติบโตดี ปลูกได้ตลอดปี ทรงพุ่มกว้างประมาณ 30-40 ซม. ต้นสูงประมาณ 35-40 ซม. ผลมีสีเขียว เขียวเข้ม และ สีแดงเข้ม ให้รสชาติเผ็ดปานกลาง มีกลิ่นฉุนเล็กน้อย ผลผลิตต่อต้น ประมาณ 1-2 กก. ผลแห้งหลังตากประมาณ 0.3 กก. จากผลสด 1-2 กก. อายุเก็บเกี่ยวหลังการย้ายกล้าประมาณ 75 วัน เก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน 90-120 วัน

5. พันธุ์หัวเรือ #03 (HOU RUA #03) มีลักษณะเจริญเติบโตดี ทนทานต่อโรค และแมลงได้ดี สามารถปลูกได้ทั้งปี แตกกิ่งมาก ทรงพุ่มกว้างประมาณ 50-60 ซม. ต้นสูงประมาณ 45-60 ซม. ผลมีสีเขียว และสีแดง ให้รสชาติเผ็ดจัด ผลผลิตสดต่อต้น ประมาณ 1.8-2.2 กก. ผลแห้งจากผลสด 1.8-2.2 กก. ได้สูงประมาณ 0.8 กก. อายุเก็บเกี่ยวหลังย้ายกล้าที่ 90 วัน เก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน 60-90 วัน

6. พันธุ์จินดา #04 (JINDA #04) มีลักษณะเติบโตดี สามารถปลูกได้ทั้งปี แตกกิ่งมาก ทรงพุ่มกว้างประมาณ 50-60 ซม. ต้นสูงประมาณ 45-60 ซม. ผลมีสีเขียว และสีแดง ให้รสชาติเผ็ดจัด ผลผลิตสดต่อต้น ประมาณ 1.5-2 กก. ผลแห้งจากผลสด 1.5-2 กก. ได้ประมาณ 0.7 กก. อายุเก็บเกี่ยวหลังย้ายกล้าที่ 90 วัน และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน 60-90 วัน

7. กำแพงแสน 513 (KAMPHAENGSAEN 513) เป็นพันธุ์ที่เติบโต และให้ผลผลิตเร็ว ทรงพุ่มแข็งแรง ขนาดปานกลาง ต้านทานต่อโรค ติดผลดกมาก ผลอ่อนมีสีเขียวเข้ม ผิวเรียบเป็นมัน ผลสุกสีแดงเข้ม ขนาดผล 1.5×16 ซม. มีน้ำหนัก 18-19 กรัม/ผล ให้รสเผ็ดน้อย

8. ไพร็อท 498 (PILOT 498) เป็นพริกที่ให้น้ำหนักดี ผลใหญ่กว่าพันธุ์พื้นเมือง ผลมีลักษณะผอมยาว ขนาดผลประมาณ 1×17 ซม. ผลมีสีเขียวเข้ม ผลมีลักษณะหยักเป็นคลื่น และบิดเล็กน้อย ให้รสเผ็ด มักใช้ทำพริกแห้ง อายุการเก็บเกี่ยวหลังย้ายกล้าประมาณ 65-70 วัน

9. นครชัยศรี 010 (PEGASUS 010) เป็นพันธุ์ที่เติบโต และให้ผลผลิตได้เร็ว ผลอ่อนมีสีเขียวอ่อน ผลแก่สีแดง ให้เนื้อหนา ผิวเรียบ ขนาดผลประมาณ 2.4×13 ซม. น้ำหนักประมาณ 18 กรัม/ผล ให้รสเผ็ด ต้นโตเร็ว ติดผลดี อายุเก็บเกี่ยวหลังย้ายกล้าประมาณ 55-60 วัน

10. พลาซ่า 349 (PLAZA 349) มีลักษณะผลตรงยาว ผลสีเขียวอ่อนเป็นมัน ผิวเรียบสวยงาม ให้เนื้อหนา ผลดก ให้รสเผ็ดเล็กน้อย ขนาดผลประมาณ 2×18 ซม. อายุเก็บเกี่ยวหลังย้ายกล้าที่ 80 วัน



แหล่งที่มาของข้อมูล: กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. 2544. คุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย.

คำช่วยค้นหา:
จำนวนคนถูกใจ
รูปภาพเพิ่มเติม
แหล่งที่พบ
สถานที่พบ: 30หมู่2
ตำบล: บ้านใหม่
อำเภอ: พระนครศรีอยุธยา
จังหวัด: พระนครศรีอยุธยา
แสดงความคิดเห็น (ต้องการแสดงความคิดเห็น กรุณา log-in)