Bio Diversity (พืช)
Biogang Database

Bio Diversity (พืช)

กระทกรกป่า

ชื่ออื่นๆ: กระโปรงทอง (ภาคใต้), เคือขนตาช้าง (ศรีสะเกษ), ตำลึงฝรั่ง (ชลบุรี), เถาสิงโต เถาเงาะ (ชัยนาท), ผักแคบฝรั่ง (ภาคเหนือ), หญ้ารกช้าง (พังงา), กะทกรก (ภาคกลาง), ผักขี้หิด (เลย), เยี่ยววัว (อุดรธานี), ละพุบ

หมวดหมู่ทรัพยากร: พืช

ลักษณะ:

ลักษณะของต้นกะทกรก : กะทกรก เป็นไม้เถาเนื้ออ่อน มีมือเกาะ ทุกส่วนของพืชนี้เมื่อขยี้หรือทำให้ช้ำจะมีกลิ่นเหม็นเขียว

    ใบ : ลักษณะเป็นใบป้อม เรียงสลับ แผ่นใบเว้าเป็น 3 หยัก มีขน ใบประดับเป็นฝอย มีต่อมอยู่ที่ปลาย

    ดอก : ดอกเดี่ยว ออกตามง่ามใบ กลีบดอกด้านนอกสีเขียวอ่อน ด้านในสีขาว มีกะบังรอบเป็นเส้นฝอย สีขาวโคนสีม่วงเรียงกันเป็นรัศมี

    ผล : ผลค่อนข้างกลม มีใบประดับหุ้ม เมื่ออ่อนสีเขียว สุกแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม เมล็ดมีเนื้อหุ้มลักษณะคล้ายเมล็ดแมงลักแช่น้ำ รสหวานแปลกๆ

 

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ต้นสด, ใบ, ดอก, ผล, ราก

 



ประโยชน์:

สรรพคุณตามตำรายาไทย :

    ต้นสด - มีสารพิษทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แต่ต้มสุกแล้วใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ไอ ขับเสมหะ แก้บวม

    เนื้อไม้ - ใช้เป็นยาควบคุมธาตุในร่างกาย

    เปลือก - ใช้เป็นยาชูกำลัง ใช้ตำเคี่ยวกับน้ำมะพร้าว ช่วยแก้ไฟไหม้น้ำร้อนลวก ช่วยทำให้แผลเน่าเปื่อยแห้ง

    ใบ - ใช้ตำพอกแผลเพื่อฆ่าเชื้อ พอกแก้สิว แก้โรคผิวหนัง หิด ไข้หวัด ใบใช้ตำให้ละเอียดแล้วคั้นเอาน้ำดื่มเป็นยาเบื่อและขับพยาธิ

       **** แพทย์ชาวเวียดนามมีการใช้ใบเพื่อให้สงบ ระงับความเครียดและความวิตกกังวล ด้วยการใช้ใบแห้งประมาณ 10-15 กรัม (ต่อวัน) นำมาต้มกับน้ำกิน

    ดอก - แก้ไอ ขับเสมหะ

    ผล - ผลสุกรับประทาน ใช้แก้ปวด บำรุงปอด ผลดิบมีรสเบื่อ

    ราก - ใช้ต้มน้ำดื่มแก้เบาหวาน แก้ไข แก้กามโรค เป็นยาแก้ปัสสาวะขุ่นข้น รากสดหรือรากตากแห้ง ใช้ชงกับน้ำดื่มเป็นชา จะช่วยทำให้สดชื่น

ผอมจนเกือบจะปลิว!!! สูตรนี้จะทำให้คุณหุ่นดี!

ประโยชน์ของกะทกรก

    1) ยอดอ่อน ผลอ่อน ผลสุก ผลแก่ รวมทั้งรกหุ้ม สามารถใช้รับประทานเป็นผักสด หรือนำมาต้มหรือลวกเป็นผักจิ้มน้ำพริก และแกงเลียง

    2) ผลสามารถนำมาปั่นเพื่อทำเป็นเครื่องดื่มได้

    3) ใช้เป็นยาฆ่าและป้องกันแมลงศัตรูพืชได้ โดยเฉพาะตัวด้วงถั่วเขียว ในด้านทางการเกษตร เนื่องจากต้นกะทกรกมีสารพิษชื่อว่า Cyanpgenetic glycosides สารพิษมีฤทธิ์ฆ่าแมลง

    4) ใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดินและทำปุ๋ยหมักได้ และช่วยป้องกันไม่ให้สัตว์เข้ามาทำลายได้ เนื่องจากต้นกะทกรกมีกลิ่นเหม็นเขียว

 



ฤดูกาลใช้ประโยชน์:

ศักยภาพการใช้งาน:

ชื่อสามัญ:

ชื่อวิทยาศาสตร์: Passiflora foetida

ชื่อวงศ์: PASSIFLORACEAE

ข้อมูลอื่นที่ฉันรู้:

แหล่งที่มาของข้อมูล: https://kaijeaw.com/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%81/

คำช่วยค้นหา:
จำนวนคนถูกใจ
รูปภาพเพิ่มเติม
แหล่งที่พบ
สถานที่พบ: บ้านโพนทอง
ตำบล: โดมประดิษฐ์
อำเภอ: น้ำยืน
จังหวัด: อุบลราชธานี
แสดงความคิดเห็น (ต้องการแสดงความคิดเห็น กรุณา log-in)