Product (ผลิตภัณฑ์ชุมชน)
Biogang Database

Product (ผลิตภัณฑ์ชุมชน)

ผ้าฝ้ายย้อมครามภูมิปัญญาเผ่ากะเลิง

ชื่อผลิตภัณฑ์: ผ้าฝ้ายย้อมครามภูมิปัญญาเผ่ากะเลิง

หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์: ของใช้ เครื่องใช้

วัตถุดิบหลัก : ต้นคราม

แหล่งวัตถุดิบ :

ราคาขาย:

จุดเด่น/ประโยชน์: ประโยชน์:
1.เป็นเครื่องนุ่งห่ม และใช้สอย

       สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวกะเลิง คือ วัฒนธรรมการแต่งกายด้วยผ้าดำย้อมคราม เพื่อเป็นการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นพื้นบ้านในการย้อมครามและวัฒนธรรมการ แต่งกายอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชาวกะเลิงที่นิยมใส่ผ้าดำย้อมครามและ เป็นที่ต้องการกลุ่มลูกที่สนใจผ้าย้อมสีธรรมชาติทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ้าย้อมครามสามารถนำมาแปรรูปให้เกิดมูลค่าขึ้นได้โดยการแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ ทำด้วยมือ เสื้อผ้าสวมใส่ทุกเพศทุกวัย กระเป๋ารูปแบบต่างๆ เครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น หมอนอิง เบาะรองนั่ง ผ้าห่ม

2.การใช้ครามเป็นยารักษาโรค
        
ใน อดีตเชื่อว่าในโบราณได้ใช้ครามและฮ่อมป็นยาสมุนไพรในการรักษาอาการป่วย แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยได้เป็นอย่างดี โดยใช้ส่วนต่างๆ ของพืชเหล่านี้ในการรักษาดังตารางที่ 1
ตารางที่ 1    การใช้ครามสกุลต่างเพื่อเป็นยารักษาโรคในชนบทของประเทศไทย
ชนิดของคราม
ส่วนของคราม
สรรพคุณ
 
          I.tinctoria Linn.
 
ราก
เป็นยาแก้พิษของสารหนู
เปลือก
แก้พิษงูกัด,แก้พิษฝี,แก้ตัวพยาธิ,แก้โลหิตตก, แก้บวม
ต้น
ฟอกปัสสาวะให้บริสุทธิ์ แก้กระษัย น้ำปัสสาวะพิการ
ต่างๆ แก้ไข้ตัวร้อน แก้ปวดศีรษะ แก้โรคเลือดตีกัน
ใบ
ดับพิษ แก้ไข้ตัวร้อน แก้ปวดศรีษะ
ทั้งต้น
แก้บวม บวมพอง เป็นยาระบาย
ไม่ระบุส่วนที่ใช้
ฟอกขับปัสสาวะให้บริสุทธิ์ แก้กระษัย น้ำปัสสาวะ
ขุ่นข้น แก้นิ่ว
 
B.cusia Brem.
(ฮ่อม,ฮ้อมเมือง)
ราก
เป็นยาแก้พิษของสารหนู
ต้น
ฟอกปัสสาวะให้บริสุทธิ์ แก้กระษัย น้ำปัสสาวะพิการต่างๆ แก้ไข้ตัวร้อน แก้ปวดศีรษะ แก้โรคเลือดตีกัน
เปลือก
แก้พิษงูกัด,แก้พิษฝี,แก้ตัวพยาธิ,แก้โลหิตตก, แก้บวม
ใบ
ดับพิษ แก้ไข้ตัวร้อน แก้ปวดศีรษะ
ทั้งต้นไม่ระบุส่วนที่ใช้
แก้บวม บวมพอง เป็นยาระบายฟอกขับปัสสาวะให้บริสุทธิ์ แก้กระษัย น้ำปัสสาวะขุ่นข้น แก้นิ่ว
I.hirsuta Linn.
ใบ
ช่วยย่อยทำให้เจริญอาหาร
I.suffruticosa.
Mill
ราก
แก้ท้องเดิน
 
ทั้งต้น
 
แก้ไข้ ขับปัสสาวะ เป็นยาระบาย แก้ท้องเสีย
T.purpurea
Pers.
ราก
แก้ท้องเดิน
 
ทั้งต้น
 
แก้ไข้ ขับปัสสาวะ เป็นยาระบาย
ที่มา    :    นันทวัน  บุญยะประภัศร  และอรนุช  โชคชัยเจริญพร  2539  : 547-577 

นอกจากจะพบว่าชาวชนบทในไทยใช้ครามในการเป็นยารักษาโรคต่างๆ ได้นั้นยังพบว่า ในต่างประเทศก็ใช้ส่วนต่างๆ ของครามรักษาโรคต่างๆ มากมายดังตารางแสดงที่ 2
ตารางที่ 2   การใช้ครามสกุลต่างๆเพื่อเป็นยารักษาโรคในต่างประเทศ
ส่วนของคราม
วิธีใช้
รักษาโรค
ประเทศ
ทั้งหมด
ต้มน้ำดื่ม
มะเร็ง
จีน
ใบสด
ขยี้ ทาภายนอก
หิด
จีน
ใบสด
แช่น้ำร้อนดื่ม คั้นเอาดื่มหรือทา
แก้โรคลมบ้าหมู
อินเดีย, โซมาเลีย
ใบสด
คั้นเอาน้ำผสมEctipta prostrate ใช้ภายนอก
ใช้บำรุงเส้นผม
อินเดีย
ใบสด
คั้นเอาดื่มหรือทาภายนอก
แก้พิษงู
อินเดีย
ใบสด
กินใบ ต้ม, ดื่ม ใช้ภายนอก
อาการเต้นถี่ของหัวใจ  โรคกระเพาะอาหาร
โซมาเลีย
ทั้งต้น
สกัดด้วยน้ำธรรมดาใช้ภายนอก
ส่งเสริมการปลูกผม
 
อินเดีย
 
 ที่มา : อนุรัตน์ สายทอง 2543 : 13
จุดเด่น

เป็นสินค้าที่มาจากฐานทรัพยากรชีวภาพของชุมชน  ปลอดสารพิษสารเจือปน  กระบวนการผลิตมาจากบรรพบุรุษที่สั่งสมมานาน  ต้น คราม ข้อมูลจากหมอยาพื้นบ้านอีสาน ใช้ทั้งต้น แก้อาการบวมพอง ขับปัสสาวะ ขับนิ่ว เปลือกใช้แก้พิษงู แก้พิษดี ขับพยาธิ แก้โลหิตตก แก้บวม ใบช่วยดับพิษ แก้ตัวร้อน แก้ปวดศีรษะ รากแก้พิษสารหนู  และ คราม ถือเป็นยาเย็นนำมาใช้ในการลดไข้ โดยนำต้นสดๆ มาทุบพอกกระหม่อมเด็ก หรือผู้ใหญ่ก็ได้จะช่วยลดไข้ได้ดี แต่ถ้าหาต้นสดไม่ได้ หมอยาพื้นบ้านล้านนาแนะนำให้ใช้ผ้าที่ย้อมด้วยห้อมหรือคราม แต่ต้องเป็นการย้อมสีธรรมชาติจริงๆ ไม่ใช่สารเคมี ผ้าสีครามธรรมชาติผืนนี้สามารถนำมาชุบน้ำวางที่กระหม่อมช่วยลดไข้ได้ดีกว่า ใช้ผ้าธรรมดาชุบน้ำ และใช้ผ้าม่อฮ่อมชุบน้ำลดการเจ็บปวดจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้ เสื้อผ้าจาก ห้อมและคราม ให้กลิ่นหอม ใส่สบาย เหมาะกับอากาศร้อนชื้นของบ้านเรา แม้อากาศเย็นกำลังมา แต่ผ้าห้อมผืนหนาคลุมไหล่ห่มตัวก็ช่วยเพิ่มความอุ่นในร่างกายได้ ที่สำคัญยิ่ง คือ การย้อมสีธรรมชาติ ช่วยให้คุณค่ายาสมุนไพรยังดำรงอยู่ และรักษาวิถีชีวิตพื้นบ้าน เช่นการอาบน้ำสระผม ที่ผู้คนกำลังหวลหาความงามอย่างธรรมชาติ



ข้อมูลอื่นที่ฉันรู้:

ส่วนประกอบของสินค้า
1. เนื้อคราม
  หมายถึง ของแข็งผสมระหว่างปูนกับสีครามระหว่างปูนกับสีครามในรูปออกซิไดส์(Indigo blue)  สีน้ำเงินได้จากการตกตะกอนจากการกวนน้ำคราม
2.น้ำขี้เถ้า  หมายถึง สารละลายจากขี้เถ้า  เตรียมจากภาชนะเจาะรูด้านล่างและรองด้วยใยวัสดุเพื่อกรองขี้เถ้า  บรรจุขี้เถ้าชื้นให้เต็มภาชนะแล้วกดขี้เถ้าให้แน่น  เติมน้ำให้เต็มภาชนะและรองเอาน้ำขี้เถ้าครั้งที่ เติมน้ำอีกเท่าเดิมแล้วกรอง  รวมน้ำขี้เถ้าทั้ง 2 ครั้ง
3.ปูนขาว  หมายถึง สารเคมีที่ได้จากการเผาหินปูนจนสุก  ทิ้งให้เย็น  โดยทั่วไปใช้กินกับหมากและแช่ผลไม้  เพื่อดองและแช่อิ่ม

อุปกรณ์ที่ใช้ในการย้อมคราม
1. หม้อดิน 
  ใช้ในการแช่ครามและการย้อมคราม  เลือกใช้โอ่งดินขนาดจุ 30 ลิตร  เหตุ ที่เลือกหม้อดิน เนื่องจากน้ำย้อมที่เย็นกว่าจะติดสีได้ดีกว่า ในฤดูร้อนอุณหภูมิสูง การซึมของน้ำจากโอ่งดินจะทำให้น้ำย้อมเย็นกว่าบรรยากาศ หม้อครามจะดี รักษาสีย้อมไว้ได้นาน
2.เส้นฝ้าย   เป็นฝ้ายที่ได้จากพืชที่เติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิด   ตั้งแต่ดินทรายจนถึงดินเหนียวหรือดินที่มีความเป็นกรด-ด่าง ปานกลาง  แต่ฝ้ายต้องการความชื้นในดินสูง โดยเฉพาะช่วงที่ออกดอกเป็นสมอ  ดังนั้นดินที่อุ้มน้ำได้ดีจึงเหมาะสมมากกว่า  นอกจากนี้ฝ้ายยังต้องการแสงแดดจัด  ต้องการอุณหภูมิประมาณ  25 องศาเซลเซียส นานกว่า 150 วัน แหล่งปลูกฝ้ายจึงอยู่ในเขตร้อน ฝ้ายให้ประโยชน์หลายอย่าง เช่น เส้นใยของเมล็ดทำเครื่องนุ่งห่ม น้ำมันจากเมล็ดฝ้ายใช้บริโภคได้ ส่วนกากเมล็ดเป็นแหล่งโปรตีนในอาหารสัตว์ที่มีกระเพาะหมัก เช่น วัว  ควาย
3.ถังมีฝาปิด   เพื่อแช่คราม  เพราะน้ำหนักเบา สะดวกในการรินแยกของเหลวออกจากตะกอนคราม และแช่ได้น้ำครามปริมาณพอเหมาะกับกำลังการกวนคราม
4.ขัน  เพื่อช่วยในการโจกครามและตักน้ำคราม
5.ส้อมกวนคราม  คือ อุปกรณ์ไม้ไผ่สารด้านหนึ่งของปลายไม้ไผ่จะถูกสานคล้ายกรวยโดยจะใช้สำหรับตีน้ำครามขณะที่เติมปูนขาว ในการทำเนื้อคราม
6.ตะแกรงกรองคราม  คือ ตะแกรงลวดที่ใช้ร่อนแป้ง  หรือตะแกรงที่มีรูขนาดใหญ่กว่าที่กรองแป้ง ใช้สำหรับกรองระหว่างน้ำแช่ครามแยกออกจากกากคราม


ขั้นตอนการผลิตตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และการบรรจุหีบห่อ (โดยละเอียด)
              ขั้นตอน การปลูก การแช่ใบคราม น้ำครามและการกวนน้ำคราม การแยกเนื้อคราม
1.      เตรียม พื้นที่ปลูกครามโดยการไถดินให้ทั่วสวน นำเมล็ดครามมาหว่านให้ทั่วสวนหลังจากหว่านแล้วรอฝนตกใส่เมล็ดครามจึงงอก เมื่อต้นครามเจริญเติบโตสูงประมาณ15-20 เซนติเมตร เริ่มดายหญ้าให้ต้นคราม
2.       เมื่อต้นครามอายุได้ประมาณ 5  เดือน ช่วงเดือนกรกฎาคม ใบครามเริ่มแก่ ผู้ทำครามควรเก็บใบครามทั้งกิ่งในตอนเช้าขณะใบยังสดนำมาม้วนมัดเป็นฟ่อน เรียงลงในภาชนะเกือบเต็ม เติมน้ำลงไปพอท่วม แช่ไว้ 1  หรือ 2  คืน
3.      หลังจากการแช่ได้หรือ คืน แยกกากใบครามออกจะได้น้ำครามสีเหลืองแกมเขียว มีฟองสีขาว
4.       นำปูนขาวหรือปูนแดงมาชั่ง 2 กิโลกรัม นำไปผสมน้ำแช่ครามในภาชนะที่บรรจุปูนกวนให้เป็นเนื้อเดียวกันค่อยเทผสมลงในโอ่งมังกรที่บรรจุน้ำแช่ใบครามประมาณ 20 ลิตร เติมลงทีละน้อยพร้อมสังเกตสีเป็นสีน้ำเงิน ใช้ไม้ไผ่สานที่เรียกว่า ซ้อม ใช้กวนหรือกระแทกลงในน้ำแช่ใบครามแรงๆจนเกิดฟองสีน้ำเงินเต็มโอ่งและฟองสี น้ำเงินยุบลงอย่างรวดเร็วจึงหยุดกวน
5.       หลังจากกวนครามพักไว้ 1 คืน จึงแยกของเหลวใสชั้นบนทิ้งเก็บตะกอนครามสีน้ำเงินชั้นล่างไว้เตรียมสีคราม การแยกตะกอนอาจจะใช้การกรองด้วยผ้าหรือรินของเหลวใสชั้นบนทิ้ง

ขั้นตอน การก่อหม้อคราม
                การ ก่อหม้อครามเป็นการเตรียมสีครามให้อยู่ในสภาพใช้ย้อมผ้าหรือฝ้ายวัตถุดิบการ ก่อหม้อครามประกอบด้วย เนื้อคราม น้ำขี้เถ้า ปูนขาวหรือปูนแดง (ปูนเคี้ยวหมาก)ผสมกันในสัดส่วนที่พอเหมาะ
       1 . ต้มใบครามเพื่อที่จะเอาน้ำใบครามประมาณ ลิตร   มาผสมกับปูน1 ขีด คนให้เข้ากัน
            2. นำน้ำที่ได้เติมลงในหัวเชื้อน้ำเดิมลงในภาชนะที่จะใช้ย้อม
       3 . นำก้อนคราม 2 ขีด น้ำด่าง(น้ำขี้เถ้า) ขีด ปูนขาวหรือปูนแดง ขีด นำมาผสมให้เข้ากัน สังเกตน้ำย้อมเช้า เย็นทุกวันพร้อมเติมส่วนผสมให้พอเหมาะใช้เวลาประมาณ 14 วัน น้ำครามมาและพร้อมทำการย้อมผ้า ย้อมฝ้าย   ย้อมเสื้อ หลังจากย้อมเสร็จนำ ผ้า ฝ้าย เสื้อ ไปล้างน้ำให้สะอาด ตากให้แห้งสามารถมาสวมใส่ได้และเตรียมไว้ ทอได้เลย
          น้ำขี้เถ้าที่ใช้ก่อหม้อคราม ได้จากต้นไม้บางชนิดเท่านั้น เช่น ต้นมะพร้าว ต้นมะละกอ ต้นผักขมหนาม เปลือกผลนุ่นและเหง้ากล้วย ไม้ทุกชนิดที่จะทำน้ำขี้เถ้าใช้น้ำราดขี้เถ้าขณะร้อนนำขี้เถ้ามาแช่น้ำเพื่อ จะเอาน้ำใสๆของขี้เถ้าหรือน้ำด่าง เมื่อผ่านกระบวนการต่างๆแล้วทางกลุ่มจะนำมาทอผ้าย้อมครามเพื่อใช้ และจำหน่าย
 
ข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติม
การเตรียมครามก่อนแช่

              เมื่อนำครามที่เก็บได้มาแล้วก็นำครามสดมามัดเป็นฟ่อน  โดยลักษณะการมัดเป็นฟ่อน  คือ  การนำต้นครามประมาณ  1  มือ  ที่เก็บมาได้นั้น  มาพับไปมาเป็นท่อนขนาด  1 ฝ่ามือ  แล้วมัดตัวต้นครามด้วยกิ่งของต้นครามเอง  คล้ายๆกับการมัดใบต้นตะไคร้ก่อนนำไปต้ม 
อัตราส่วนในการสกัดสีคราม
              การสกัดสีครามด้วยน้ำนั้นจะมีการสกัดโดยนำโอ่งครามที่มีฟ่อน ครามประมาณ  3  ใน  4  ของโอ่งดินแล้วก็เติมน้ำลงในโอ่งดินจนท่วมฟ่อนคราม   หรือมีอัตราส่วน  3 : 4
โดยฟ่อนคราม :  น้ำ    

วิธีการแช่คราม
           นำฟ่อนครามมาเรียงภายในโอ่งดิน  ประมาณ 3 ใน 4  ของโอ่งดิน  แล้วเติมด้วยน้ำ   โดยการเติมน้ำพอท่วมฟ่อนคราม   เสร็จแล้วก็นำวัตถุหนักๆมาทับฟ่อนครามไว้เพื่อไม่ให้ฟ่อนครามนั้นลอยขึ้นมา เหนือน้ำ  
           ช่วงเวลาในการแช่ครามไว้ในน้ำครั้งแรกแช่เป็นเวลา  10  ชั่วโมง  ค่อยมากลับฟ่อนคราม
จากฟ่อนด้านล่างกลับมาไว้ด้านบน  เอาฟ่อนครามด้านบนลงสู่ด้านล่างของโอ่งคราม  เมื่อกลับฟ่อนครามเสร็จแล้วให้นำวัตถุที่หนักมาทับฟ่อนครามไว้ตามเดิมเป็น เวลา  8  ชั่วโมง



แหล่งที่มาของข้อมูล: ภายในชุมชน

คำช่วยค้นหา:
จำนวนคนถูกใจ
รูปภาพเพิ่มเติม
ผลิตภัณฑ์ต่างๆ
กระเป๋า
เสื้อเย็บมือ
ผ้าพันคอ
สถานที่ผลิต/จำหน่าย:
ที่อยู่: 84/1 หมู่ที่ 7
ตำบล: กุดบาก
อำเภอ: กุดบาก
จังหวัด: สกลนคร
รหัสไปรษณีย์: 47180
เบอร์ติดต่อ: 087-946-6861
แสดงความคิดเห็น (ต้องการแสดงความคิดเห็น กรุณา log-in)